ค่าบาทอ่อนเล็กน้อย ตลาดการเงินกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอลงหนัก
ค่าบาทอ่อนเล็กน้อย ตลาดการเงินโดยรวมปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) กังวลเศรษฐกิจโลกชะลอลงหนักเปิดเช้านี้ 35.22 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย
ตลาดค่าเงินเช้านี้เปิด ที่ระดับ 35.22 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 35.21 บาทต่อดอลลาร์
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินโดยรวมปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจโลกอาจชะลอลงหนักตามการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง ในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟด รวมถึงเจ้าหน้าที่เฟด หลังจากล่าสุดเฟดได้เร่งขึ้นดอกเบี้ยกว่า 0.75% และยังมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
ทางฝั่งสหรัฐฯ หลังเฟดได้เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 1.50%-1.75% พร้อมกับส่งสัญญาณทยอยขึ้นดอกเบี้ยจนอาจแตะระดับสูงสุดที่ 4.00% ในปีหน้า ผู้เล่นในตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด ถึงมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้ตาม Dot Plot ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดกลับมากังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอลงหนักและเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ พร้อมจับตา การแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด (Powell’s Testimony) โดยเฉพาะผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของเฟด
“บิตคอยน์” ฟื้น ก่อนหลุด 2 หมื่นดอลลาร์อีกครั้ง จับตากองทุนใหญ่คริปโทฯ จ่อล่มสลาย
สแกน QR CODE จ่ายเงินอย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่ถูกหลอก
เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจขยายตัวต่อเนื่องในอัตราที่ชะลอลงจากผลกระทบของปัญหาเงินเฟ้อสูงและนโยบายการเงินของเฟดที่เข้มงวดมากขึ้น สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing PMI) เดือนมิถุนายน ที่อาจลดลงสู่ระดับ 56 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว) ส่วนภาคการบริการอาจขยายตัวดีขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของการเดินทางท่องเที่ยว โดยดัชนี PMI ภาคการบริการ อาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.7 จุด
ฝั่งยุโรป ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปอาจชะลอตัวลงหนัก จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของบรรดาธนาคารกลาง ทำให้ตลาดจะติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ทั้งฝั่งอังกฤษ รวมถึงตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเฉพาะประธาน ECB ที่อาจให้มุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของ ECB ที่ชัดเจนขึ้น
ฝั่งเอเชีย ตลาดประเมินว่า แนวโน้มการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจากที่ทางการจีนสามารถทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown นอกจากนี้ การทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจในประเทศจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown จะหนุนการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการบริการ
ฝั่งไทย ดุลการค้าในเดือนพฤษภาคมอาจขาดดุลราว -1.5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นและปัญหาเงินบาทอ่อนค่าจะยิ่งหนุนให้ยอดการนำเข้าโตกว่า +18%y/y ในขณะที่ยอดการส่งออกอาจโตเพียง +8%y/y
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาทยังมีโอกาสผันผวนในฝั่งอ่อนค่าไปทดสอบแนวต้านในโซน 35.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าอาจยังคงมาจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติไหลออกในช่วงตลาดปิดรับความเสี่ยง รวมถึงทิศทางเงินดอลลาร์ที่ยังคงไม่อ่อนค่าได้ง่ายนัก จนกว่าตลาดจะมั่นใจว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งนี้ เรามองว่า หากราคาทองคำมีการรีบาวด์ขึ้นมา ก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ นอกจากนี้ เงินบาทจะยังไม่อ่อนค่าไปทดสอบแนวต้านระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ หากตลาดไม่ได้กังวลการเริ่มใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้งในบางพื้นที่ของจีน จนหันมาเทขายสินทรัพย์ฝั่ง EM Asia ทั้งหุ้นและบอนด์ อย่างรุนแรง
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เราประเมินว่า เงินดอลลาร์ยังคงมีแรงหนุนฝั่งแข็งค่า ตามความผันผวนในตลาดการเงิน ท่ามกลางความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์อาจย่อตัวลงได้ หากบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่อง หรือ ตลาดเริ่มทยอยกลับมาเปิดรับความเสี่ยงได้บ้าง
ราคาทองวันนี้ (20 มิ.ย.65) ลดลง 50 บาท แรงซื้อกลับมาหลังนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจถดถอย
โควิดวันนี้ (20มิ.ย.65) ยอดติดเชื้อ RT-PCR รวม ATK แตะ 4 พันราย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB