เหตุผล ฟิทช์ เรตติ้ง คงอันดับประเทศไทย BBB+ มีเสถียรภาพ
ฟิทช์ เรตติ้ง คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย BBB+ ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) คาดเศรษฐกิจขยายตัว 4.5% แรงหนุนท่องเที่ยวกลับมา ทุนสำรองเพียงพอสำหรับใช้จ่ายถึง 7.8 เดือน จับตาแรงกดดันเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน
บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
โดยมีรายละเอียด
ประเทศไทยมีขาดดุลงบประมาณลดลง จากการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพละมีมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่อนคลายขึ้น
สำหรับสัดส่วนหนี้รัฐบาล (General Government Debt) ต่อ GDP ของประเทศไทยปี 2565 คาดว่า จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 55.4 ต่อ GDP ซึ่งอยู่ในระดับค่ากลางเดียวกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน (Peers) โดยจะสูงขึ้นเป็นร้อยละ 56.6 ต่อ GDP ในปี 2569
ฟิทช์ เรตติ้ง เศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัว 4.5% การกลับมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านคนในปี 2565 เป็น 22 ล้านคนในปี 2566
ทุนสำรองระหว่างประเทศนในระดับสูงเพียงพอสำหรับใช้จ่ายถึง 7.8 เดือน
ภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายถึง 7.8 เดือน และคาดว่า ปี 2565 ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทยจะขาดดุล 1.8% ต่อ GDP ลดลงจาก 2.1% ต่อ GDP ในปี 2564 และจะเริ่มกลับมาเกินดุล ในปี 2566 จากภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า ประเด็นที่ ฟิทช์ เรตติ้ง ให้ความสนใจและจะติดตามอย่างใกล้ชิด คือ แรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ สัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ และความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐและการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะปานกลาง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB