ค่าเงินบาท "แข็งค่า" จากแรงเทขายทำกำไร ตลาดรอปัจจัยใหม่
ค่าเงินบาทกลับมา "แข็งค่า" อีกครั้ง จากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังดอลลาร์วิ่งขึ้นต่อเนื่อง ตลาดรอปัจจัยใหม่ จับตาประชุมธนาคารกลางยุโรปพฤหัสฯนี้
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.51 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.56 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.40-36.60 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากแรงเทขายทำกำไร ดัชนีเงินดอลลาร์จะย่อตัวลงเล็กน้อย กลับมาแกว่งตัวใกล้ระดับ 109.8 จุด
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี
แนวโน้มค่าเงินบาท ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนสูง ท่ามกลางความกังวลวิกฤตพลังงานในฝั่งยุโรป ที่ยังคงกดดันสกุลเงินยูโร (EUR) และหนุนเงินดอลลาร์
"นักลงทุน ยังไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน จนกว่าจะรับรู้ผลการประชุม ECB ในวันพฤหัสฯ นี้ ทำให้เงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบ sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ"
เงินบาทมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าในระหว่างวัน หากตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ทำให้นักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรหุ้นไทยเพิ่มเติม แต่คาดว่า แรงขายหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอลงได้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติบางส่วนอาจรอจังหวะการย่อตัวลงของตลาดหุ้นไทย ก่อนที่จะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี เราคงมุมมองว่า เงินบาทอาจส่งสัญญาณกลับตัว แข็งค่าขึ้นได้จากสัญญาณเชิงเทคนิคัล “Bearish Divergence” ของ RSI ที่ชัดเจนมากขึ้น
อนึ่งในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของหลายปัจจัย อาทิ การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หรือ แนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
ไทยพาณิชย์ ปันผล 6.1 หมื่นล้านบาท ให้ SCBX ใช้พัฒนาบริษัทลูก
ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันแรก กว่า 1.8 ล้านราย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB