ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ "ร่วงหนัก" คาดเฟดอัดยาแรงขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนตัวอย่างเร็ว หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาย่ำแย่ หนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย ตลาดคาดอาจขึ้นถึง 1% ในการประชุม 20-21 ก.ย.นี้
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.64 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.27 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากที่รายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาหมวดอาหารและพลังงาน ของเดือนสิงหาคม ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 6.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สร้างความกังวลให้กับผู้เล่นในตลาดว่า เฟดอาจต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่องเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในรอบสัปดาห์
ล่าสุด จาก CME FedWatch Tool ตลาดมองว่า เฟดมีโอกาสราว 33% ที่จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยถึง +1.00% ในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้กดดันให้ผู้เล่นในตลาดต่างเทขายสินทรัพย์รุนแรง โดยเฉพาะ หุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth อาทิ Meta -9.4%, Amazon -7.1%, Apple -5.9% ส่งผลให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ดิ่งลงกว่า -5.16% เช่นเดียวกับ ดัชนี S&P500 ที่ปรับตัวลดลงถึง -4.32%
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ก็ปรับตัวลงแรงกว่า -1.55% กดดันโดยแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ นำโดย Adyen -8.0%, ASML -4.1% ท่ามกลางความกังวลว่า เฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นบ้างของหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Equinor +1.6% หลังราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงเหมือนกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 87-88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนทางด้านตลาดบอนด์ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มประเมินโอกาสเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่อง และมองว่าจุดสูงสุดของดอกเบี้ยเฟด (Terminal Rate) อาจสูงถึง 4.25%-4.50% ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ระยะสั้น อย่าง บอนด์ยีลด์ 2 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.77% ส่วนบอนด์ยีลด์ระยะยาว อย่าง บอนด์ยีลด์ 10 ปี ก็ปรับตัวขึ้นต่อใกล้ระดับ 3.45%
แม้ตลาดจะมองว่าเฟดอาจเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่นักลงทุนกลับมองว่า การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหนักและเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า ทำให้ยังคงมีผู้เล่นส่วนหนึ่งทยอยซื้อบอนด์ระยะยาวในจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 109.85 จุด จากที่อ่อนค่าลงสู่ระดับ 107.8 จุด ในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ
แรงหนุนของเงินดอลลาร์นั้นมาจากนักลงทุนในตลาดคาดว่า เฟดอาจต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จนกว่าจะคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จ นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงอย่างรุนแรงของตลาดยังคงหนุนความต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อยู่
การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กลับมากดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 1.4% สู่ระดับ 1,712 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นแรงซื้อของผู้เล่นบางส่วนกลับเข้ามา ทำให้ราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากมุมมองของนักลงทุนถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหนักหรือถดถอยในปีหน้า
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท อาจเคลื่อนไหวผันผวนในฝั่งอ่อนค่าลงได้บ้าง ตามการกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินดอลลาร์ (เงินบาทผันผวนหนักในช่วงตลาดรับรู้รายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ จริงตามคาด โดยเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าจากระดับ 36.20 บาทต่อดอลลาร์ สู่ระดับ 36.54 บาทต่อดอลลาร์)
แรงขายหุ้นไทยโดยนักลงทุนต่างชาติอาจไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากสัดส่วนใหญ่ของตลาดหุ้นไทย คือ หุ้นกลุ่ม Old Economy ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยหรือบอนด์ยีลด์ น้อยกว่า หุ้นกลุ่ม Tech ที่มีน้ำหนักมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ราคาทองวันนี้ ลดเล็กน้อย 50 บาท แม้ต่างประเทศดิ่งแต่ค่าบาทร่วง
คนละครึ่ง เฟส 5 พบรายเดิม 2.45 ล้านคนยังไม่กดยืนยันสิทธิ ย้ำรีบใช้จ่ายภายใน 14 ก.ย.นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB