พิษเงินเยนอ่อนค่าหนัก ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานพุ่ง ฉุดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดต่ำ
สกุลเงินเยน อ่อนค่าไม่หยุด จ่อทะลุ 146 ต่อดอลลาร์ ในรอบ 24 ปีอีกครั้ง ล่าสุด ก.คลังของญี่ปุ่น รายงานยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค. ลดลง -96% จากปีก่อนหน้า ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงมาก เพราะเงินเยนอ่อนค่าหนัก
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2565 สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น ยังคงอ่อนค่าไม่หยุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ล่าสุดอยู่ที่ 145.7 เยนต่อดอลลาร์ ใกล้ทำจุดต่ำสุดในรอบ 24 ปีอีกครั้ง โดยเป็นผลมาจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Fed) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูง เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ จึงหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่ามาก และกดดันสกุลเงินอื่น ๆ ให้ต่ำลง
แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำการเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินเป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปี จำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 7.6 แสนล้านบาท เพื่อพยุงเงินเยนให้แข็งค่า
แต่ก็ทำได้เพียงชั่วคราว เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เงินเยนก็กลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง
จากสถานการณ์เงินเยนที่อ่อนค่านั้น ได้เริ่มส่งผลกระทบโดยต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ล่าสุด กระทรวงการคลังญี่ปุ่น รายงานว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเหลือน้อยสุดในประวัติศาสตร์ โดยเป็นผลมาจากการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งแซงหน้ายอดการส่งออกไปต่างประเทศ
ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค. อยู่ที่ 58.9 พันล้านเยน หรือราว 404.45 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) ปรับลดลง -96.1% จากปีก่อนหน้า ต่ำกว่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 121.8 พันล้านเยน ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1985
โดยสาเหตุที่ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดญี่ปุ่นชะลอตัวลง ปัจจัยหลักเกิดจากเงินเย็นที่อ่อนค่าไม่หยุด ส่งผลให้มีต้นทุนการนำเข้าที่สูงมากขึ้น และทำให้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศในราคาที่ถูกลง
ในอดีตญี่ปุ่นไม่เคยมีการบันทึกการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งถือเป็นสัญญานของการส่งออกที่ดี และความเชื่อมันต่อค่าเงินเยนที่ปลอดภัย แต่ในไม่ช่วงกี่ปีที่ผ่านมาพบว่ามีการขาดดุลบัญชีรายเดือนเป็นบางครั้ง
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ มองว่า การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นจะลดต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะยังมีการขาดดุลอยู่บ้าง ซึ่งจะทำลายกำลังซื้อของญี่ปุ่น และจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้ ญี่ปุ่น จะได้รับการชดเชยขาดดุลการค้าจากผลตอบแทนการลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเดือนส.ค มีรายได้ทำสถิติสูงสุดที่ 3.327 ล้านล้านเยน เพราะได้แรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า แต่ดุลการชำระเงินที่เริ่มแย่จะลงนั้นกลับสะท้อนถึงเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่เริ่มมีปัญหา ขัดกับภาพลักษณ์ของมหาอำนาจทางการค้าของญี่ปุ่น
ขณะที่ผู้กำหนดนโยบาย ก็เริ่มจะกังวลถึงปัญหาเงินเยนที่อ่อนค่า ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการนำเข้าและค่าครอบชีพครัวเรือนสูงขึ้น เป็นผลจากการพึ่งพาน้ำเข้าเชื้อเพลิง และอาหารอย่างหนัก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB