เงินบาท "อ่อนยวบ" เปิด 38.15 บาท/ดอลลาร์ กังวลเศรษฐกิจชะลอ ปีหน้าถดถอย
“อ่อนค่าลง” จากวันก่อนหน้า ประเด็นสำคัญนักลงทุนความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า กดดันบรรยากาศตลาดการเงิน
หลังจากที่ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปีหน้าเหลือ 2.7% และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 1.0% ในปีหน้า เป็นสัญญาณแนวโน้มการชะลอตัวลงหนักของเศรษฐกิจส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดกังวล
ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศในตลาดการเงิน
ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจชะลอย่อมอาจส่งผลต่อผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มแย่ลงตามเช่นกัน
นอกจากนี้ ตลาดยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.00% อีกครั้ง
แนวโน้มค่าเงินบาท ผันผวนฝั่งอ่อนค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทมีแนวโน้มผันผวนในฝั่งอ่อนค่าได้ หากตลาดยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่หนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างเลือกที่จะถือเงินดอลลาร์
แต่มีโอกาสที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 38.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยเฉพาะในกรณีที่ เงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI สหรัฐฯ ที่จะรายงานในวันพรุ่งนี้ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด
ขณะเดียวกัน ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ โดยหากราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงแรง สามารถทรงตัวเหนือแนวรับ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรีบาวด์ขึ้นได้ ก็อาจทำให้เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมาก
แต่ถ้าทะลุโซนแนวต้าน 38.30 ก็มีโอกาสที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่าต่อไปทดสอบ 38.50-38.75 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะ short เงินบาทอยู่นั้น อาจเริ่มทยอยขายทำกำไรหรือลดสถานะ short ลงบ้าง
ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเป็นฝั่งขายสุทธิสินทรัพย์ไทย ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทผันผวนในฝั่งอ่อนค่า โดยแรงขายหุ้นไทยอาจเริ่มชะลอลงได้บ้าง แต่แรงขายบอนด์ไทย อาจยังมีต่อได้ จนกว่าที่บอนด์ยีลด์ระยะยาว เช่น บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะเริ่มแกว่งตัว sideways หรือ ย่อตัวลงได้บ้าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ หากตลาดเริ่มคลายกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หรือ ตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 38.00-38.30 บาท/ดอลลาร์
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม ความกังวลชะลอตัวลงหนักของเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้ ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง -0.56% รวมกับ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจยูโรโซนในปีหน้าเหลือ 0.5% สถานการณ์รัสเซียยูเครน รุนแรงขึ้น และการระบาดของ COVID-19 ในจีนที่รุนแรงขึ้น จนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
ฝั่งตลาดบอนด์ แนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.00% อีกครั้ง ก่อนที่จะย่อตัวลง
ฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 113.3 จุด หนุนโดยความต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในจังหวะที่ตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยง
ด้าน กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 38.00-38.30 บาท/ดอลลาร์ โดยเป็นการอ่อนค่าจากปัจจัยภายนอก
ทั้ง สถานการณ์ของรัสเซียและยูเครนที่ปะทุความรุนแรงมากขึ้น และ ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BOE) เพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าและจะสิ้นสุดในวันศุกร์นี้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ
ขณะที่ ราคาทองคำ และ หุ้นส่วนใหญ่ปิดลบ โดยราคาน้ำมันปรับตัวลง เนื่องจากผลกระทบการควบคุมโควิด-19 ของจีนอาจจะทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แสดงออกถึงความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB