ธปท.ขยับทิศทางนโยบายใหม่ "พร้อมปรับขนาด-เวลา" ขึ้นดอกเบี้ย
หลังจากมองดูธนาคารกลางในหลาย ๆ ประเทศ ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ก็เริ่มปรับทิศทางนโยบายดอกเบี้ย "แบบค่อยเป็นค่อยไป"
วันนี้ (17 ต.ค.) ธปท.จัดประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ครั้งที่ 3/2565 พร้อมทั้งประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ณ วันที่ 27 กันยายน 2565 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน
แต่ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เรื่องนโยบายดอกเบี้ย และการคาดการณ์เงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ระบุว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ย "อย่างค่อยเป็นค่อยไป" ในขณะที่หลายประเทศขึ้นดอกเบี้ยค่อนข้างมาก
คณะกรรมการนโยบานการเงิน (กนง.) ได้ปรับท่าทีใหม่ โดยเห็นว่า "การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นแนวทางที่เหมาะสม" แต่ "พร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาในกรณีที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้"
กนง.เริ่มขยับขึ้นดอกเบี้ย ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 4/65 (10 ส.ค. 65) โดยกนง. มีมติ 6 เสียงต่อ 1 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 โดยกรรมการ 1 ท่านเห็นควรให้ปรับขึ้น ร้อยละ 0.5 เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่มีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษจึงมีความจำเป็นลดลง
กรรมการส่วนใหญ่จึงเห็นควรให้เริ่มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนกรรมการ 1 ท่านให้ปรับขึ้นร้อยละ 0.50 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจต้องเร่งปรับขึ้นในอนาคต โดยประเมินว่าจะไม่กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
ต่อมาในการการประชุมครั้งที่ 5/65 (28 ก.ย. 65) กนง. มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 โดยระบุว่าในภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามแรงส่งของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงจากการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กนง. เห็นว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม
สำหรับ ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบัน อยู่ที่ 1.00% ต่อปี กนง. เห็นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว แต่ "ในกรณีที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้ กนง. พร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสมต่อไป (gradual and measured policy normalization)"
ทั้งนี้ หากประเมินเหตุผลของธปท.ในการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะดูไปที่ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นสำคัญ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กนง.ประเมินล่าสุดเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าในปีนี้ จะขยายตัว 3.3% และในปี 2566 จะขยายตัว 3.8%
แต่ที่จะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ย คือ เงินเฟ้อ โดยกนง.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นทั้งในปี 2565 และ 2566 ตามการส่งผ่านต้นทุน
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของกนง.อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น กนง.จึงใช้คำว่า "กนง. พร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสม" ซึ่งนับเป็นการปรับท่าทีครั้งหลังสุดจากการประชุมในเดือนก.ย.
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB