ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ขยับในกรอบแคบ ๆ ตลาดเงินรอรายงานเฟด
นโยบายดอกเบี้ยของเฟด ยังเป็นปัจจัยเดียวที่ขับเคลื่อนตลาดเงินในช่วงนี้ นักลงทุนรอรายงานจากการประชุมครั้งสุดในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 36.11 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 36.09 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทวันนี้มีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 35.90-36.20 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคในกรอบแคบๆ โดยตลาดรอฟังรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 1-2 พ.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในคืนนี้ (23 พ.ย.) เพื่อบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในรอบ 5 วัน
ทั้งนี้ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติยังคงขายทำกำไรในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย โดยเมื่อวานต่างชาติขายสุทธิในทั้ง 2 ตลาดประมาณ 5,015 ล้านบาท
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่าคาดว่าเงินบาทจะยังรักษา Momentum ที่แข็งแกร่งกว่าค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคได้ จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อไปได้ จากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ โดยคาดว่าภาครัฐยังมีมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้
อย่างไรก็ตามยังคงต้องให้น้ำหนักต่อปัจจัยเชิงลบต่างๆ ที่เป็น Downside อาทิ เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย , Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่อาจจะเป็น net outflow เพิ่มขึ้น โดยแนะนำผู้นำเข้า แนะนำควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองว่าบรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) อีกครั้ง หลังถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด สาย “Hawkish” ไม่ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่ยังคงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ
นักลงทุนรอรายงานผลการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลดลงสู่ระดับ 3.76% หนุนให้นักลงทุนในตลาดบางส่วนกลับเข้ามาซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ที่ปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า อาทิ Nvidia +4.7%, Apple +1.5% ส่งผลให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq และดัชนี S&P500 พลิกกลับมาปรับตัวขึ้น +1.36%
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากการรีบาวด์ขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน (Exxon Mobil +2.9% และ Chevron +2.6%) ตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent หลังซาอุฯ ออกมายืนยันว่ายังไม่ได้หารือกับบรรดาสมาชิกกลุ่ม OPEC+ ในประเด็นการเพิ่มกำลังการผลิตตามที่มีข่าวออกไปก่อนหน้า
ในฝั่งตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้กดดันให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลง 0.2% สู่ระดับ 107.2 จุด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด แต่นักลงทุนรอจับตารายงานการประชุมของเฟดล่าสุด ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways และผันผวนมากขึ้นในช่วงตลาดรับรู้รายงานการประชุมเฟดดังกล่าวได้
การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยพยุงให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ไม่ได้ปรับตัวลดลงไปมาก จากแรงขายทำกำไรในช่วงตลาดเปิดรับความเสี่ยง ทำให้ราคาทองคำย่อตัวลงเล็กน้อย ใกล้โซนแนวรับแถว 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB