ค่าเงินบาทเช้านี้ "ไม่ขยับ" ตลาดรอปัจจัยใหม่ จับตาเงินดอลลาร์อ่อนค่า
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ 35.7220 บาทต่อดอลลาร์ “แทบไม่ขยับ” จากปิดวันก่อนที่ 35.7270 บาท/ดอลลาร์ ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ หลังรายงานเฟดหนุนชะลอขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงินบาทเช้านี้ "นิ่ง ๆ " จากวันก่อน ตามทิศทางตลาดเงินทั่วโลก รับปิดวันขอบคุณพระเจ้า การซื้อขายเบาบาง ในขณะที่ไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ออกรายงานล่าสุดชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดสนับสนุนให้ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับจตาตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาก่อนการประชุมเฟดครั้งสุดท้ายของปีในวันที่ 13-14 ธ.ค. เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในรอบ 1 เดือน
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) คาดการณ์ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในช่วง 35.60-36.90 บาท/ดอลลาร์
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนธ.ค.และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งแรกของปีหน้า หลังจากสหรัฐรายงานการประชุมกำหนดนโยบายประจำวันที่ 1-2 พ.ย.ในวันพุธ
รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 86.3 จุด ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ขณะเดียวกัน รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรปล่าสุด ที่ส่งสัญญาณเพียงว่า ECB จำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ECB จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่ ก็ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ ECB
แนะนำผู้นำเข้า แนะนำควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง ส่วนผู้ส่งออกแนะนำขายเงินตราต่างประเทศที่เหนือระดับ 36.20 บาท/ดอลลาร์
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แม้ว่า ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า แต่โดยรวมบรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง หลังนักลงทุนคลายกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มากขึ้น
ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.46% ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน หนุนโดยบรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินที่เปิดรับความเสี่ยง นอกจากนี้ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (Ifo Business Climate) เดือนพฤศจิกายน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 86.3 จุด ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ก็มีส่วนช่วยหนุนให้ผู้เล่นในตลาดกล้าที่จะเข้าซื้อหุ้นยุโรปมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรปล่าสุด (ECB Meeting Minutes) ที่ส่งสัญญาณเพียงว่า ECB จำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ECB จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง (ขึ้นดอกเบี้ย +0.75%) หรือไม่ ก็ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ ECB
ในฝั่งตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน หลังนักลงทุนคลายกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้น ยังคงกดดันให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 105.8 จุด เข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญแถว 105 จุด อีกครั้ง ซึ่งในเชิงเทคนิคัล ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าดัชนีเงินดอลลาร์จะสามารถทรงตัวเหนือโซนแนวรับได้หรือไม่ เพราะหากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลุดจากโซนแนวรับดังกล่าว ก็อาจคอนเฟิร์มแนวโน้มเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องในระยะสั้นได้
นอกจากนี้ หากมุมมองของนักลงทุนไม่ได้เปลี่ยนแปลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องได้จริง ก็มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านแถว 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีดังกล่าว อาจมีนักลงทุนบางส่วนทยอยขายทำกำไรทองคำได้ และโฟลว์ขายทำกำไรทองคำดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาท
สำหรับวันนี้ ปริมาณธุรกรรมในตลาดอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากตลาดการเงินฝั่งสหรัฐฯจะเปิดทำการซื้อขาย เพียงครึ่งวัน ซึ่งประเมินว่านักลงทุนระมัดระวังความผันผวนในตลาดการเงินในช่วงที่ปริมาณธุรกรรมอาจเบาบางในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของฝั่งสหรัฐฯ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB