เงินบาทเช้านี้ "อ่อนค่า" จ่อทะลุ 36 จากโควิดในจีนฉุดค่าเงินเอเชีย
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ 35.95 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่า” จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 35.80 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.50-36.30 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดโดยรวมจะเปิดรับความเสี่ยง หลังนักลงทุนผคลายกังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่สถานการณ์ COVID-19 ในจีนที่น่ากังวล ได้เริ่มกลับมากดดันสินทรัพย์ฝั่งเอเชียมากขึ้น
ในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรจับตา ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะประธานเฟด และรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด (เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้ถึงระดับใด)
ค่าเงินบาทในเช้าวันจันทร์อ่อนค่าลงเร็วจากสัปดาห์ก่อน
นักลงทุนรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ในเดือนพฤศจิกายน โดยตลาดคาดว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.8 จุด (ดัชนีน้อยกว่า 50 จุด หมายถึง ภาวะหดตัว) สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตที่ซบเซาลง ท่ามกลางแรงกดดันจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอติดตามรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันยังคงเป็นภาคส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตลาดประเมินว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยรวมอาจชะลอลง สะท้อนผ่านยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ในเดือนพฤศจิกายนที่จะเพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่มีการจ้างงาน +2.6 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้ ค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) อาจโตชะลอลงเหลือ +0.3%m/m หรือ +4.6%y/y ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อสถานการณ์เงินเฟ้อหรือลดความเสี่ยงของ Wage-Price Spiral ที่เฟดกังวล
ตลาดยังรอถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะประธานเฟด Jerome Powell หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด ในอัตราการขึ้นดอกเบี้ยที่ชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า ดังนั้น ตลาดจะรอลุ้นว่า ประธานเฟดจะมีมุมมองอย่างไร โดยต้องระวังหากประธานเฟดส่งสัญญาณย้ำว่า เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกมาก เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ตลาดก็อาจกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ได้ไม่ยาก
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทมีโอกาสผันผวนฝั่งอ่อนค่าตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และควรระวัง สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยลดสถานะการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินฝั่งเอเชียในระยะสั้น (เงินหยวนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทถึง 79%) และเลือกที่จะถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
ด้านฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) กล่าวว่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคโดยเฉพาะค่าเงินหยวนของจีนซึ่งผันผวนตามตัวเลขการติดเชื้อโควิดในจีน และการคาดการณ์ต่อสถานการณ์การจำกัดทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าทางการจีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสํารองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ควบคู่ไปกับเครื่องมือด้านนโยบายการเงินอื่นๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอรวมถึงช่วยประคองเศรษฐกิจในภาวะที่ยังมีความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด
อย่างไรก็ตาม แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลง โดยวันที่ 25 พ.ย. 2565 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 197 ล้านบาท และมีสถานะกลับมาเป็น Net Inflows ตลาดพันธบัตร 1,655 ล้านบาท ทำให้เงินบาทยังคง Momentum ที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางปริมาณธุรกรรมในตลาดที่เบาบางลงในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของฝั่งสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
แนะนำผู้นำเข้า แนะนำควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB