เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณขยับถึงปีหน้า
เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% หลังเสร็จสิ้นการประชุมครั้งสุดท้ายของปี แม้จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ส่งสัญญาณว่ายังขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อถึงปีหน้า
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อคืนนี้ว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยถึงปีหน้า แม้ว่าบรรดานักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งนายพาวเวลล์ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายหากเฟดยังไม่สามารถดูแลเงินเฟ้อตามเป้าหมายได้
นายพาวเวลล์กล่าวว่าเงินเฟ้อที่ปรับลดลงในเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าเฟดสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ โดยคาดว่าในปีหน้าดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะอยู่เหนือระดับ 5% ซึ่งสูงสุดตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2007
การคาดการณ์ของเฟด
คณะกรรมการนโยบายการเงิน ของเฟด มีมติเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี ซึ่งเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ โดยปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 1 ครั้ง 0.50% จำนวน 2 ครั้ง และ 0.75% จำนวน 4 ครั้ง ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4.25% ในปีนี้
เฟดคาดว่าจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2566 และจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปี 2567 โดยเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดกว่า 5% ในปีหน้า ก่อนที่จะสิ้นสุดวัฏจักรปรับขึ้นดอกเบี้ย
เฟดคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย 1% ในปี 2567 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลงอยู่ที่ 4% ในช่วงสิ้นปี และเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1.0% ในปี 2568 สู่ระดับ 3% ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะปรับอยู่ที่ 2.5%
นายพาวเวลล์ระบุว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะขยายตัว 0.50% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม และไม่คิดว่าจะเกิดภาวะถดถอย แต่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะไม่ได้ขยายตัวมาก
สำหรับในระต่อไป มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในปี 2566 คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% สู่ 5.00-5.25% ในปี 2567 คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 1.00% อยู่ที่ 4.00-4.25% และในปี ปี 2568 คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 1.00% สู่ 3.00-3.25%
ส่วนกำหนดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด ในปี 2566 รวม 8 ครั้ง มีดังนี้
- 31 ม.ค.-1 ก.พ.
- 21-22 มี.ค.
- 2-3 พ.ค.
- 13-14 มิ.ย.
- 25-26 ก.ค.
- 19-20 ก.ย.
- 31 ต.ค.-1 พ.ย.
- 12-13 ธ.ค.
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB