ค่าเงินบาท เปิดตลาด "อ่อน" รับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.50%
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.60 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย จากปิดตลาดวันก่อนที่ 34.55 บาท/ดอลลาร์ โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้ที่ 34.45-34.70 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) รายงานว่าดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวานนี้ หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด สู่ระดับ 4.25-4.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.75% ภายในสิ้นปี 2566
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในรอบ 5 วัน ก่อนและหลังการประชุมเฟด
ในสัปดาห์นี้ จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ธ.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล
แนะนำ ผู้นำเข้า แนะนำควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยง และผู้ส่งออก ขายเงินตราต่างประเทศที่ระดับเหนือ 35 บาท/ดอลลาร์
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าแม้ว่า เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในอัตราชะลอลง +0.50% สู่ระดับ 4.25%-4.50% ตามที่ตลาดคาด ทว่า แนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและคงดอกเบี้ยที่ระดับสูงกว่า 5.00% ในปีหน้า จนกว่าเฟดจะมั่นใจว่าสามารถจัดการปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จนั้น กลับเป็นสิ่งที่สวนทางกับคาดการณ์ของผู้เล่นในตลาดที่มองว่า เฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 4.50% ได้ในช่วงปลายปีหน้า
ทางด้านตลาดบอนด์ ภาพตลาดการเงินโดยรวมที่ปิดรับความเสี่ยง หลังรับรู้ผลการประชุมเฟด รวมถึงความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของบรรดานักลงทุน หลังเฟดมีการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจและปรับเพิ่มอัตราการว่างงานสูงขึ้นในปีหน้า ทำให้นักลงทุนอาศัยจังหวะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 3.70% ระหว่างรับรู้ผลการประชุมเฟด เพื่อเพิ่มสถานะการคือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้สุดท้าย บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 3.50%
ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนหนัก โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมเฟด ก่อนที่จะย่อตัวลงกลับสู่ระดับก่อนรับรู้ผลการประชุมเฟด หลังนักลงทุนในตลาดประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอตัวลงชัดเจนมากขึ้น หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ในอัตราการขึ้นดอกเบี้ยที่ชะลอลง
ล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ย่อตัวลงใกล้ระดับ 103.7 จุด นอกจากนี้ ความผันผวนของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) เคลื่อนไหวผันผวนเช่นกัน โดยราคาทองคำมีการย่อตัวลงในช่วงแรกที่ตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมเฟด ก่อนที่จะสามารถปรับตัวขึ้นกลับสู่ระดับ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ตามการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด
สำหรับวันนี้ นอกเหนือจากผลการประชุมเฟด ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก ทั้ง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดยเรามองว่า แม้โดยรวมภาพเศรษฐกิจยุโรป (ยูโรโซนและอังกฤษ) จะชะลอลงชัดเจน แต่ปัญหาที่สำคัญ คือ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงถึง 10% ซึ่งจะทำให้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่ในอัตราชะลอลง (+50bps จาก +75bps) ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย Deposit Facility Rate ของ ECB ปรับขึ้นสู่ระดับ 2.00% ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Bank Rate ของ BOE ก็จะปรับขึ้นสู่ระดับ 3.50%
ตลาดจะให้ความสนใจต่อมุมมองของทาง ECB และ BOE ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะจุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คล้ายกับสิ่งที่ตลาดจะจับตาต่อจากนี้ในส่วนของเฟด ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไปถึงจุดสูงสุดที่ระดับใด
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และโฟลว์ขายทำกำไรทองคำ
เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในฝั่งอ่อนค่าบ้าง หากบรรยากาศในตลาดการเงินเอเชียพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงบ้าง เช่นเดียวกับในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ ซึ่งเราอาจเห็นแรงขายทำกำไรหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติได้บ้าง นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติบางส่วนก็อาจทยอยขายทำกำไรบอนด์ไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มเติมได้ หลังบอนด์ยีลด์ไทยได้ปรับตัวลงมาพอสมควรและจากผลการประชุมเฟดล่าสุด ก็อาจทำให้บอนด์ยีลด์แกว่งตัว sideways ได้ในระยะสั้นนี้
ทั้งนี้ เราประเมินว่า แนวรับสำคัญของเงินบาทอาจอยู่ในช่วง 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้เล่นบางส่วนอาจทยอยขายทำกำไรการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินบาทออกมาบ้าง
ในขณะที่โซนแนวต้านสำคัญนั้น เมองว่า เงินบาทจะไม่ได้อ่อนค่าไปมากจนทะลุโซนแนวต้านสำคัญที่ระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็รอจังหวะเงินบาทอ่อนค่า เพื่อทยอยขายเงินดอลลาร์ หรือ เพิ่มสถานะ Short USDTHB (มองว่า เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น)
การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนถึงความจำเป็นของการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้เราคงแนะนำ ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB