สหรัฐฯเงินเฟ้อลด คลายกังวลดอกเบี้ย จับตาเงินบาทแข็งไม่หยุด กระทบส่งออก
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลง 0.1% ร่วงมากสุดในรอบกว่า 2 ปี นักลงทุนคลายกังวลเรื่องดอกเบี้ย จับตาเงินบาทไทยแข็งไม่หยุดจอทะลุ 33 บาท/ดอลลาร์ โบรกฯ มองเสี่ยงกระทบภาคส่งออก พร้อมระวังเจอแรงเทขายทำกำไร
เมื่อคืนที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือน ธ.ค.65 ที่ 6.5% ตามตลาดคาดการณ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่เงินเฟ้อรายเดือนลดลงมากสุดในรอบกว่า 2 ปี ที่ระดับ -0.1% ส่วน Core CPI เพิ่มขึ้น 5.7%ในเดือนธ.ค. ตามตลาดคาดการณ์เช่นกัน
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดการเงินผ่อนคลายอีกครั้ง โดยประเมินว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 1 ก.พ.66 น่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% และสูงสุดปี 2566 จะอยู่ที่บริเวณ 5%
ด้าน จีน รายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่ 1.8% ขยับขึ้นเล็กน้อย ถือเป็นสัญญาณบวกของการหลุดพ้นจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero Covid) และน่าจะเป็นการเปิดทางให้สามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้ อย่างเต็มที่
ปัจจัยดังกล่าวน่าจะหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ขยับตัวขึ้นไปได้ แต่ก็ยังไม่น่าจะผ่านระดับ 1,700 จุดไปได้ง่าย ๆ ส่วนสถานการณ์ที่น่าติดตาม คือ เรื่องค่าเงินบาทที่ยังเดินหน้าแข็งค่าต่อเนื่องมาอยู่ที่บริเวณ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการส่งออกในระยะต่อไป และอาจเกิดแรงขายทำกำไรจากค่าเงินได้
อย่างไรก็ตาม ไทย ยังคงเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 65 อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 25 เดือน ส่วนการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน หนุนให้การจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง รวมถึงภาคการส่งออกสินค้าไปจีน ซึ่งมีสัดส่วนราว 12% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
สำหรับหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากจีนที่ราคายังปรับตัวขึ้นไปไม่ถึงจุดสูงสุดในปี 2019 บวกกับปัจจุบันยังมี Upside ให้สะสม ได้แก่ PTTGC, SCC, M, MINT, HMPRO, BEM, ERW, AOT เป็นต้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB