ค่าเงินบาทเปิด ที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิด ที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” เงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์“แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 36.39 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways (แกว่งตัวในกรอบ 36.30-35.45 บาทต่อดอลลาร์) เนื่องจากในช่วงวันศุกร์ เป็นวันหยุด Good Friday ทั้งในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯและยุโรป แม้ว่าจะมีรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ก็ตาม
อย่างไรก็ดี รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ที่ออกมาตามคาด ก็พอช่วยลดความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้บ้าง ทำให้เงินดอลลาร์ชะลอการแข็งค่าขึ้น
นอกจากนี้ รายงานข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของจีนล่าสุด ที่ออกมาดีกว่าคาด ก็ช่วยให้เงินหยวนจีนแข็งค่าขึ้นบ้าง และมีส่วนชะลอการอ่อนค่าของบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย นอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นทำ All-time High ของราคาทองคำ ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจทยอยขายทำกำไรทองคำเพิ่มเติมในช่วงนี้ได้
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด/ชะลอการลดดอกเบี้ย ตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังขยายตัวได้ดี อีกทั้งเจ้าหน้าที่เฟดก็ย้ำจุดยืนไม่รีบลดดอกเบี้ย
ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าควรรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนในฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งต้องจับตามุมมองผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาทองคำ โดยล่าสุดราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำ All-time High จึงเสี่ยงที่จะเผชิญการปรับฐาน หากไร้ปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากเงินหยวนจีน (CNY) ชะลอการอ่อนค่าและแข็งค่าขึ้นได้ หลังรายงานดัชนี PMI ล่าสุดที่ดีกว่าคาดมาก ก็อาจช่วยหนุนเงินบาทได้
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจชะลอการแข็งค่าบ้าง หลังอัตราเงินเฟ้อ PCE ออกมาตามคาด แต่เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากตลาดพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หรือรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานฯ (Nonfarm Payrolls) ออกมาดีกว่าคาด
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 36.00-36.60 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.25-36.45 บาท/ดอลลาร์
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.25-36.45 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตามเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังเลขเงินเฟ้อออกมาเท่ากับที่ตลาดคาด
อัตราเงินเฟ้อ (PCE) เดือน กุมภาพันธ์ ของสหรัฐฯ ออกมาที่ 2.5%YOY ตามที่ตลาดคาด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core PCE) ออกมาที่ 2.8%YOY เท่ากับที่ตลาดคาดเช่นกัน
ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคม อยู่ที่ 50.8 สูงกว่าเดือนก่อนที่ 49.1 และสูงกว่าตลาดคาดค่อนข้างมาก ส่วน PMI ภาคบริการ อยู่ที่ 53.0 สูงกว่าคาดเช่นกัน
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 36.38 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 36.40 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนและเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามตามการแข็งค่าของเงินเยน ท่ามกลางความกังวลต่อการอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของธนาคารกลางญี่ปุ่นด้วยการเข้าซื้อเงินเยน หลังจากเงินเยนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 34 ปีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ของสหรัฐ ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนม.ค. โดยเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์
เมื่อวันศุกร์นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,476 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 645 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท คาดว่าวันนี้เงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ตาม Flow การซื้อขายทองคำ ในขณะที่ทองคำยังรักษาทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลอีกครั้งที่ระดับ 2,240 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 36.30- 36.50
*แนะนำ ทยอยขายที่ระดับเหนือ 36.50
EUR/THB 39.20- 39.60
* แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 39.60
JPY/THB 0.2380- 0.2420
* แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2380
GBP/THB 45.70-46.10
AUD/THB 23.60- 24.00
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB