กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์
ธนาคารกสิกรไทย มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าที่ระดับ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์
ธนาคารกสิกรไทย รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าสวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามภาพรวมของสกุลเงินในภูมิภาค นำโดย เงินหยวนและเงินเยน ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งสะท้อนแนวโน้มการยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ระดับสูงเป็นเวลานาน เงินบาททยอยฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์ฯในสัปดาห์ถัดไป (วันที่ 13-17 พ.ค. 67 )
การประกาศตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดกดดันเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงพร้อมๆ กับการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ นอกจากนี้เงินบาทยังมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน ในวันศุกร์ที่ 10 พ.ค. 2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 36.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 พ.ค. 67)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 7-10 พ.ค. 2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,597 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 437 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,567 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 2,130 ล้านบาท)
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์เงินเยนและราคาทองคำในตลาดโลก ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ซึ่งจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ค. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน อัตราเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของยูโรโซน และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ด้วยเช่นกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB