ค่าเงินบาทเปิด 36.57 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิด 36.57 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” หนุนโดยการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ หลังค่าเงินยูโร (EUR) ทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นยุโรป
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.57 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.63 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย (แกว่งตัวในช่วง 36.55-36.64 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ หลังค่าเงินยูโร (EUR) ทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นยุโรป
นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ยังได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นเกือบ +20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรทองคำออกมาบ้าง และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
แนวโน้มของค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างก็รอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ PCE ในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็อาจผันผวนไปตามโฟลว์ธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ อย่าง ทองคำได้ โดย หากราคาทองคำยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อ ก็อาจหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยขายทำกำไรออกมาบ้าง
ก่อนที่จะรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำดังกล่าวก็อาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทหรือหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อย
มองว่า เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากแรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติได้บ้าง แต่แรงขายก็อาจไม่มากนัก เพราะบรรดานักลงทุนต่างชาติก็อาจรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ เช่นกัน ทำให้โดยรวมเงินบาทก็อาจแกว่งตัว sideways ในกรอบ 36.50-36.70 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะมีการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.50-36.70 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อยู่ที่ 36.60 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวันวานที่ระดับ 36.63 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์และปอนด์ ขานรับคาดการณ์ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 6 มิ.ย. โดยหาก ECB ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน พ.ย. ท่ามกลางความกังวลที่ว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดไว้ จากตัวเลขภาคการผลิตและภาคบริการ รวมทั้งตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง
ตลาดจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 31 พ.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้กำหนดเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ปิดตลาดเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรไทย 576 ล้านบาท และขายสุทธิหุ้นไทย 1,071 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 36.50- 36.80
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 36.50/ ขาย 36.70
EUR/THB 39.60- 39.80
* แนะนำ ซื้อ 39.60 / ขาย 39.80
JPY/THB 0.2320- 0.2350
* แนะนำ ซื้อ 0.2320/ ขาย 0.2350
GBP/THB 46.50- 46.80
AUD/THB 24.25- 24.60
วิจัยใหม่ศึกษา แมวสายพันธุ์ไหนอายุขัยเฉลี่ยสั้นที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB