มุมมองนักวิชาการ ต่อเศรษฐกิจลาว หลังปรากฎการณ์ #เซฟเงินกีบ
ในช่วงที่ผ่านมา มีกระแสในโซเชียลเกี่ยวกับการ เซฟเงินกีบ สกุลเงินของ สปป.ลาว ขณะเดียวกันเป็นที่ทราบดีว่าเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ลาวกำลังทรุด PPTV Wealth จึงหาคำตอบจากนักวิชาการถึงสาเหตุและสถานการณ์เศรษฐกิจของ สปป.ลาว ว่าเกิดอะไรขึ้นในปัจจุุบัน
เรื่องนี้มีความเห็นจาก รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลกับ PPTV Wealth ว่ารัฐบาล สปป.ลาว มีนโยบายในการให้ประชาชนใช้เงินกีบมานานกว่า 20-30 ปีแล้ว เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศมั่นคง ค่าเงินไม่อ่อนเกินไป แต่ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจลาวชะลอตัว ทุนต่างประเทศไม่เข้ามา เงินเฟ้อพุ่งกว่า 20% สูงสุดในรอบ 22 ปี สินค้าราคาแพง ค่าเงินอ่อนหนัก ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 700 กีบ/ 1 บาท จากช่วงก่อนโควิด-19 ที่ประมาณ 250 กีบ/ 1 บาท จึงทำให้แคมเปญเซฟเงินกีบกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง
แต่ถ้าถามว่าแคมเปญ #เซฟเงินกีบ จะช่วยแก้ปัญหาเงินกีบอ่อนค่าได้มากน้อยแค่ไหน มองว่าไม่สัมฤทธิ์ผล และไม่ใช่ทางออก ยิ่งไปกว่านั้นการไม่รับเงินต่างประเทศจะยิ่งส่งผลเสียต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว เอง
เพราะการใช้เงินกีบในการทำธุรกิจคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเงินกีบอ่อนค่ามาก ใครถือก็ขาดทุน และเงินกีบไม่ใช่สกุลเงินหลักที่ใช้ทำธุรกิจใน สปป.ลาว สกุลเงินหลักคือเงินบาท สูงถึง 70% รองลงมาคือดอลลาร์สหรัฐ 15% และเงินหยวน ประมาณ 5-10% โครงสร้างเศรษฐกิจลาวต้องพึ่งพาต่างประเทศ พึ่งสินค้าจากไทย พึ่งทุนจากจีน จึงต้องใช้สกุลของประเทศนั้นเป็นหลัก
ส่วนถ้ามองในมุมการท่องเที่ยว หากรับเงินบาทหรือสกุลเงินต่างประเทศได้ก็จะเอื้อต่อการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว หากรับแต่เงินกีบแต่สถานที่การแลกเงินไม่เอื้ออำนวย นักท่องเที่ยวไม่สะดวก ยกตัวอย่างที่วังเวียงหาจุดแลกเงินค่อนข้างยาก เว้นแต่ว่าลาวจะเพิ่มจุดแลกเงินกระจายอยู่ทุกที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว
การไม่ใช้เงินบาทผมว่าเป็นปัจจัยรอง ทำอย่างไรที่จะดึงเงินดอลลาร์เข้ามาบ้านเขาให้เยอะอันนี้สำคัญมากกว่า ลาวต้องเติมทุนสำรองระหว่างประเทศให้มากขึ้น จะแก้ปัญหาตรงจุดกว่า
ปัจจุบันทุนสำรองระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ลดลงจาก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากนึกภาพไม่ออกว่าน้อยแค่ไหน ลองเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กัมพูชา 20,000-30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เวียดนาม 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่ทุนต่างประเทศก็เข้ามาน้อย ทุนหลักจากจีนก็ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ทุนสำรองที่มีอยู่ก็ไหลออกไปเรื่อย ๆ เพราะต้องซื้อน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ ส่วนเงินจากนักท่องเที่ยวก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ สปป.ลาว นอกจากจะยังไม่ฟื้นตัวจากโควิด-19 แล้ว โครงสร้างเศรษฐกิจเป็นโครงสร้างที่ต้องพึ่งพิงต่างชาติ แต่แหล่งที่มารายได้ค่อนข้างจำกัด โดยการส่งออกหลัก ๆ มีเพียงไฟฟ้าและแร่ธาตุ ภาคการลงทุนก็พึ่งการลงทุนอสังหาริมรัพย์จากจีน ซึ่งตอนนี้ก็น้อยเพราะเศรษฐกิจจีนเองก็ชะลอตัว และภาคการท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากไทยและจีนก็ยังไม่กลับมา 100%
รศ.ดร.อัทธ์ จึงมองว่า การเซฟเงินกีบจึงไม่ใช่ทางออกสุดท้าย เพราะค่าเงินกีบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการสร้างความมั่นใจดึงดูดการค้าการลงทุนในประเทศ สปป.ลาว
แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น รศ.ดร.อัทธ์ บอกว่า จุดขายของลาวคือเศรษฐกิจสีเขียว หากเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม ก็จะสามารถดึงเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวได้
นอกจากนี้ ยังมีรถไฟลาว-จีน ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจลาว หากสามารถทำให้รถไฟลาว-จีนทำงานได้เต็มรูปแบบในทุกมิติ ให้นักท่องเที่ยวมาได้จากหลากหลายประเทศ การขนส่งสินค้าโฟลวขึ้น ก็จะช่วยเศรษฐกิจ สปป.ลาว ได้
สุดท้ายต้องเอาใจช่วยเพื่อนบ้านให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้ เพราะหากเศรษฐกิจลาวมีปัญหาเราก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะพึ่งพิงซึ่งกันและกันโดยเฉพาะการค้าชายแดน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15-17 ก.ค. 2567 นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐบาล หยุดการอ่อนค่าของเงินสกุลกีบภายใน 1 เดือน
ขณะที่ ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ชี้แจงกรณีร้านค้า ตั้งเรทราคาแลกเปลี่ยนระหว่างเงินกีบและเงินบาทเอง โดยระบุว่า สปป.ลาว ไม่ต้องการให้มีการด้อยค่าเงินตราต่างประเทศและการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ขอให้มีการแลกเปลี่ยนเงินตราในธนาคาร หรือร้านแลกเปลี่ยนที่ถูกกฎหมาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB