ความนิยมสแกน "QR Code" ในไทย แม้ติดอันดับ 5 ของโลก แต่เป็นรอง 5 ชาติอาเซียน?
ย้อนรอยการสแกนจ่ายผ่าน QR Code ในไทย ที่เริ่มต้นในปี 2560 พร้อมทะยานสู่อันดับ 5 ของโลก ในเวลา 6 ปี แต่กลับมีสถิติเผยว่าเป็นรอง 5 ชาติในอาเซียน?
QR Payment หรือการชำระเงินผ่าน QR Code เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงินแบบไร้เงินสดที่สะดวกสบาย และมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้การชำระเงินผ่าน QR Code นิยมใช้งานในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดย Juniper Research บริษัทวิเคราะห์ตลาดเผยว่า ในปี 2024 ทวีปแอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย - โอเชียเนีย มีการชำระเงินผ่าน QR Code รวมกันแล้วกว่า 4.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13.8 ล้านล้านบาท
ตัวอย่างของการให้บริการชำระเงินผ่าน QR Code ของต่างประเทศ เช่น Bharat QR และ Paytm Wallet ของประเทศอินเดีย หรือจะเป็น Alipay และ WeChat Pay ของประเทศจีน
สำหรับประเทศไทย มีการเปิดบริการชำระเงินด้วย QR Code ผ่านบริการ "พร้อมเพย์" บนแอปพลิเคชันธนาคารให้กับประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2560 เป็นต้นมา ตามหลักการแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบในวันที่ 22 ธันวาคม 2558
โดยธนาคารกลางแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) เผยผ่านรายงานระบบการชำระเงิน ปี 2560 ว่าในปีแรกของการเปิดให้บริการชำระผ่าน QR มีธนาคารเข้าร่วม 9 แห่ง และตัวกลางที่ไม่ใช่ธนาคารเข้าร่วม 3 แห่ง รวมทั้งหมด 12 แห่ง ขณะที่การใช้ QR Code ชำระเงินก็ได้รับความนิยมในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ขณะที่ DataReportal เผยรายงานการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย ประจำเดือนมกราคม ปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีการสแกน QR Code ทั้งหมด ตั้งแต่การชำระเงิน ไปจนถึงรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 54.1% ต่อจำนวนประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต
เหตุผลอะไรที่ทำให้เราสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน และจะแก้ไขอย่างไร ?
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลาประมาณ 16.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia จากประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่สถิติเกี่ยวกับปริมาณการชำระเงินผ่าน QR Code ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านแผนภูมิหัวข้อ "QR code payments in Southeast Asia" ที่เปิดเผย 5 อันดับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีปริมาณการชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างปี 2565 - 2566 มากที่สุด
ประกอบด้วย มาเลเซีย อันดับ 1, อินโดนีเซีย อันดับ 2, กัมพูชา อันดับ 3, สิงคโปร์ อันดับ 4, และเวียดนาม อันดับ 5 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่า ไม่มีประเทศไทยอยู่ในการจัดอันดับ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยชาวเน็ตไทยส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ประเทศไทยน่าจะมีปริมาณการชำระเงินมากกว่านี้ ตัวอย่างความเห็นเช่น "ไทยเป็นผู้นำด้านการสแกนจ่ายผ่าน QR Code ทำไมถึงไม่มีไทยอยู่ในนั้น?" และ "ไม่น่าเชื่อว่าไทยจะไม่ติดโผ"
ขณะที่ ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ก็เข้าไปแสดงความเห็นบนโพสต์เฟซบุ๊กของ Nikkei Asia ที่โพสต์เกี่ยวกับสถิติดังกล่าวว่า "สำหรับประเทศไทย ข้อมูลอย่างเป็นทางการโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ การโอนเงินและการชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เพิ่มขึ้นจาก 14,800 ล้านครั้งในปี 2565 เป็น 19,900 ล้านครั้งในปี 2566 ส่วนปริมาณธุรกรรมการชำระงินผ่าน QR payment ในประเทศไทยผ่านระบบพร้อมเพย์ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในแผนภูมิ เพิ่มขึ้นจาก 2,500 ล้านครั้งในปี 2565 เป็น 5,700 ล้านครั้งในปี 2566”
ทำให้ต่อมาในวันที่ 24 กันยายน 2567 เวลาประมาณ 21.33 น. Nikkei Asia ได้อัปเดตสถิติเดิม โดยเพิ่มประเทศไทย เข้ามาเป็นอันดับ 1 จากรายงานอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนประเทศอื่นที่รองลงมาประกอบด้วย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ และเวียดนาม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB