ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.07 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ทว่าโดยรวมก็เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.90-34.10 บาทต่อดอลลาร์)
โดยเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด (Michelle Bowman และ Beth Hammack)ต่างออกมาสนับสนุนว่า เฟดควรเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน อีกทั้งเฟดอาจใกล้ถึงจุดพิจารณาชะลอการลดดอกเบี้ยได้ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ก็ออกมาดีกว่าคาด แม้ว่าโดยรวมภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะออกมาผสมผสาน โดยยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.27 แสนราย สูงกว่าคาดเล็กน้อย ทว่ายอดการจ้างงานจาก Household Survey กลับลดลงถึง 3.35 แสนราย ส่งผลให้อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) สูงขึ้นสู่ระดับ 4.246% (ในรายงานจะเห็นเป็น 4.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากก่อนหน้า 4.1%) อย่างไรก็ดี บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ หรือ เงินดอลลาร์อย่างชัดเจน จนกว่าจะรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่จะรายงานในช่วงวันพุธนี้
ผลตรวจยาเสพติดปาร์ตี้หนุ่มกล้ามโตทองหล่อ ครอบครองยา 31 คน เสพยา 66 คน
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าหลุด 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามจังหวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ ทว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำ หลังราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงการปรับฐาน (Correction)
สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมินว่า ควรเตรียมรับมือความผันผวน ในช่วงตลาดรับรู้ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึง การประชุม CEWC ของทางการจีน
แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทอาจชะลอลงบ้าง ซึ่งต้องรอลุ้นทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ ที่จะผันผวนไปตามการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนจากเงินหยวนจีน (CNY) ที่อาจขึ้นกับผลการประชุม CEWC ของทางการจีน ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมขนาดไหน ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนเงินบาทได้ เนื่องจากเราคาดว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรสินทรัพย์ไทย
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นได้ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI เร่งตัวขึ้น ลดโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หรือ ECB ลดดอกเบี้ยตามคาด และส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.80-34.50 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.15 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 34.05 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงราคาปิดตลาดเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 34.06 บาท/ดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 36,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค.
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การขยายตัวของการจ้างงานในเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงานสู่ระดับ 4.2% ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีกครั้งในเดือนนี้
นักลงทุนจับตาการรายงานข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดพันธบัตรไทย 4,600 ล้านบาท และขายสุทธิหุ้นไทย 1,585 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 33.90 -34.30
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.90 / ขาย 34.30
EUR/THB 35.90- 36.40
* แนะนำ ซื้อ 35.90 / ขาย 36.40
JPY/THB 0.2260- 0.2290
GBP/THB 43.30 - 43.90
AUD/THB 21.60- 22.20
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB