ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.65 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าลง"
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.65 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง" เงินบาทอาจเริ่มแกว่งตัว Sideways
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.65 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 34.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 34.60-34.73 บาทต่อดอลลาร์)
โดยในช่วงก่อนตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดนั้น เงินบาทได้อ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 34.70 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จนดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นทะลุโซน 109 จุด อีกครั้ง
ท่ามกลางการอ่อนค่าของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังผู้เล่นในตลาดต่างกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 ที่อาจใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (International Economic Emergency Powers Act หรือ IEEPA) ในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้ากับประเทศต่างๆ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของบอนด์ยีลด์ 10 ปี อังกฤษ ตามแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
และความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลอังกฤษ ก็ยิ่งเร่งแรงขายสินทรัพย์อังกฤษ ทั้งหุ้นและบอนด์เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ยังคงออกมาดีกว่าคาด ทว่า ยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP กลับปรับตัวลดลง แย่กว่าคาดพอสมควร อีกทั้ง เจ้าหน้าที่เฟด Christopher Waller (FOMC Voter) ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า เฟดยังมีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ตามการชะลอตัวลงของอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมา
แนวโน้มของค่าเงินบาท
ประเมินว่า เงินบาทอาจเริ่มแกว่งตัว Sideways โดยมีโซนแนวต้านแรกแถว 34.70 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวรับแรกในช่วง 34.50 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันศุกร์นี้ ตามเวลาประเทศไทย
อย่างไรก็ดี เรามองว่า ในช่วงระหว่างวันนี้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อน้ำมันดิบของผู้เล่นในตลาด หลังราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงหนัก ในช่วงคืนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ภาวะระมัดระวังตัวของผู้เล่นในตลาดอาจส่งผลให้ บรรดานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสินทรัพย์ไทยได้บ้าง ทั้งนี้ เรามองว่า ควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำด้วยเช่นกัน เพราะหากราคาทองคำสามารถปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ก็อาจช่วยลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท แต่หากราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ก็จะยิ่งกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น เรามองว่า ควรระวังความผันผวนของเงินหยวนจีน (CNY) ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีน เนื่องจากในช่วงนี้ ความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินหยวนจีนและตลาดการเงินจีน ทำให้หากเงินหยวนจีนจะชะลอการอ่อนค่าลงบ้าง ต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีน ว่าจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนได้หรือไม่
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.50-34.75 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.67 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 34.63 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินหลักในภูมิภาค เป็นผลจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ปรับสูงขึ้น หลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศในช่วงนี้ยังคงออกมาค่อนข้างดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนพากันเทน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2568 โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 95.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมวันที่ 28-29 ม.ค.
ส่วนปัจจัยในประเทศเองก็ยังคงกดดันทำให้เงินบาทอ่อนค่าต่อได้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่โตชะลอลง ตามการบริโภคและส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอ คาดว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าไปทดสอบระดับ 35.00 บาท/ดอลลาร์ได้ ทั้งนี้ตลาดยังคงต้องรอดูตลาดรอดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิจำนวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 34.50-34.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เมื่อวานนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,007 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,115 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 34.50- 34.80
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 34.50
EUR/THB 35.50- 35.90
* แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 35.50
JPY/THB 0.2170- 0.2210
* แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2170
GBP/THB 42.70- 43.10
AUD/THB 21.40- 21.80
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB