ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.68 บาท/ดอลลาร์ ยังอยู่ในระดับแข็งค่า
"ค่าเงินบาท"เปิดตลาด 32.68 บาท/ดอลลาร์ ยังอยู่ในระดับแข็งค่า จากดอลลาร์อ่อน โดยเฉพาะ ดอลลาร์ไต้หวัน แถม Fund flow ซื้อพันธบัตรไทยเกือบ 26,000 ล้าน
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.68 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งปัจจัยที่นอกเหนือจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเอเชียอื่นๆ โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันแล้ว ยังเป็นเพราะมี Fund flow เข้ามาซื้อพันธบัตรไทยเกือบ 26,000 ล้านบาท
ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุต่ำกว่าระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศเมื่อวานไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินมากนัก โดยเดือน เม.ย. -0.22%YoY หดตัวมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ -0.12%YoY จากเดือน มี.ค. ที่ +0.84%YoY ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของไทยเดือน เม.ย. ที่ +0.98%YoY เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. ที่ +0.86%YoY
สำหรับวันนี้ ปัจจัยสำคัญต่อค่าเงินบาทคือ Fund flow ว่ายังจะไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ รวมไปถึงราคาทองคำ และผลประชุมดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะรู้ผลในคืนนี้ โดยตลาดคาดว่าเฟดจะยังคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม และรอฟังแถลงของประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงที่เหลือของปีนี้
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เมื่อวานนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 25,883 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 853 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 32.50- 32.80
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 32.50
EUR/THB 36.80-37.20
* แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 37.20
JPY/THB 0.2260-0.2300
* แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2260
GBP/THB 43.50- 43.90
AUD/THB 21.10- 21.50
ด้าน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมถึงช่วงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของตลาดการเงินฝั่งไทย เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 32.81-33.15 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ของเงินดอลลาร์ ที่ยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ทั้งยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) เดือนเมษายน ที่ออกมาดีกว่าคาด
ทว่า เงินบาทก็ยังพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการรีบาวด์ปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่สามารถรีบาวด์ขึ้นได้เกิน +100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะมีจังหวะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดแถวโซนแนวรับ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะ จีน
แนวโน้มของค่าเงินบาท
เรามองว่า การแข็งค่าของเงินบาท ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา อาจชะลอลง เปิดโอกาสให้เงินบาท (USDTHB) เสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง “Sideways Up” ท่ามกลางแรงกดดันจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งเงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนอยู่ ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดอาจเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ไทยได้ อย่างไรก็ดี ควรจับตาทิศทางราคาทองคำและสกุลเงินเอเชีย อาทิ เงินหยวนจีน อย่างใกล้ชิด
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าต่อได้ ตราบใดที่ตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง และเฟดยังคงย้ำจุดยืนไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ย อีกทั้งไม่ได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากนัก อนึ่ง ควรระวังความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่อาจกดดันเงินดอลลาร์ได้
เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.75-33.35 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.85-33.05 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB