หนี้เสีย "บ้านหรู- SMEs" เพิ่มขึ้น ดัน NPL แบงก์พาณิชย์ ไตรมาส 1 /68 สูงขึ้น
หนี้เสีย "บ้านหรู- SMEs" เพิ่มขึ้น ดัน NPL แบงก์พาณิชย์ ไตรมาส 1 /68 สูงขึ้น ธปท. ห่วง! ผลกระทบทางการค้า ฉุด ! NPL ไตรมาส 2 เพิ่มต่อเนื่อง
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเปิดว่า ยอดคงค้างสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPLไตรมาส 1 ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.48 แสนล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.90% จาก 2.78% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นหลักๆ มาจากสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเริ่มเห็น NPL เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มบ้านที่ราคามากกว่า 5 ล้านบาท จากเดิมเป็นกลุ่มบ้านราคาต่ำ
ขณะที่ สัดส่วน NPL ของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นผลของฐานสินเชื่อที่ลดลง สำหรับสินเชื่อ Stage 2 หรือ สินเชื่อที่ยังไม่เป็น NPL ปรับลดลง โดยหลักจากการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้สัดส่วน stage 2 ทรงตัวอยู่ที่ 6.97%
ทั้งนี้ คาดการณ์ NPL ไตรมาสที่ 2/68 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากกลุ่ม SMEs และภาคธุรกิจส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้า หากไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ก็จะทำให้ภาคการส่งออกและการจ้างงานลดลง ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ รัฐบาล ต้องเร่งเจรจาการค้าให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว
ขนะที่ ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 1 ปี 2568 หดตัวอยู่ที่ 1.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่หดตัว 0.4% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยสินเชื่อธุรกิจ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัวต่อเนื่อง หลังธนาคารพาณิชย์ชะลอการปล่อยสินเชื่อจากความเสี่ยงของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ มีการออกตราสารหนี้เพื่อนำเงินมาชำระคืนหนี้ธนาคารพาณิชย์มากขึ้น
ธปท. ยังคาดการณ์ แนวโน้มสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในระยะต่อไป มีแนวโน้มหดตัว จากผลกระทบของสงครามการค้า และยังต้องติดตามภาวะการเงินที่ยังตึงตัวและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่รายได้ฟื้นตัวช้าและมีภาระหนี้สูง รวมถึงธุรกิจและครัวเรือนที่อาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมต่อฐานะการเงินจากผลกระทบของนโยบายการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/68 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีกำไรก่อนการหักสำรอง 1.28 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.25 แสนบ้านบาท โดยหลักจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง (ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงซึ่งเป็นปัจจัยฤดูกาลในไตรมาสก่อนและค่าใช้จ่ายด้าน IT) และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (เงินลงทุนและการวัดมูลค่าตราสารทางการเงิน) ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภาพรวมธนาคารพานิชย์ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าล่าสุดโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” มีจำนวนลูกหนี้ลงทะเบียนทั้งหมด (19 พ.ค.68) 1.3 ล้านราย รวม 1.7 ล้านบัญชี และมีลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ 5.8 แสนราย คิดเป็น 30% ของลูกหนี้ที่ลงทะเบียน รวมยอดหนี้ 4.3 แสนล้านบาท หรือ คิดเป็น 48% ของยอดหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด
รวมถึงยังเตรียมขยายมาตรการคุณสู้เราช่วยเฟส 2 ซึ่งคาดว่า จะประกาศได้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะมีการขยายความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มขึ้นรวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังยืนยัน มีการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ ไม่ให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนรายย่อย กรณีสถาบันการเงินเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ซึ่งเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด โดยการจัดเก็บดังกล่าว เป็นการจัดเก็บเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งปกติมีการเรียกเก็บอยู่แล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB