เงินบาทเช้านี้เปิด 32.63 แข็งค่าขึ้น ตลาดรอประเมินการตอบโต้ด้านภาษีการค้าสหรัฐ
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.63 แข็งค่าขึ้น ตลาดรอประเมินการตอบโต้ด้านภาษีการค้าครั้งใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.63 แข็งค่าขึ้น จากราคาปิดตลาดเมื่อวันทำการก่อนหน้าที่ระดับ 32.70 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียค่อนข้างทรงตัวในวันพฤหัสบดี เนื่องจากตลาดรอประเมินการตอบโต้ด้านภาษีการค้าครั้งใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และในภาพรวมตลาดยังไม่มีปัจจัยสำคัญใหม่ ระหว่างรอข่าวการเจรจาการค้า ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ตลาดเงินให้น้ำหนักมากที่สุด ณ ตอนนี้
แนวโน้มค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Sideways จนกว่าจะถึงกำหนดเส้นตายภาษีสหรัฐฯ ใหม่ในวันที่ 1 ส.ค. หรือหลังได้รับรู้ผลการเจรจาการค้าอย่างชัดเจนก่อนหน้านั้น หากไทยไม่สามารถเจรจาภาษีต่ำกว่า 36% คาดว่าการลงทุนตรง (FDI) อาจจะหายไป
เพราะนักลงทุนอาจไม่เห็นประโยชน์ที่จะมาตั้งฐานการผลิตในไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการส่งออกจะน้อยลง โดยครึ่งปีหลัง GDP มีโอกาสติดลบเทียบไตรมาสต่อไตรมาส รวมไปถึงดุลบัญชีเดินสะพัดในระยะยาวอาจติดลบต่อเนื่อง และจะกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนได้.
เมื่อวันทำการก่อนหน้า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,452 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6 ล้านบาท
- กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.50 - 32.80
- แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 32.50
- EUR/THB 38.00-38.40
- แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 38.40
- JPY/THB 0.2220-0.2260
- แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2220
- GBP/THB 44.20- 44.60
- AUD/THB 21.30- 21.70
Krungthai COMPASS
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
ความไม่แน่นอนการค้าสหรัฐทำบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.59 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวัน 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์
โดยมองแนวโน้มของค่าเงินบาท คงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้ในช่วงนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ก็อาจกดดันบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย หลังหลายประเทศในฝั่งเอเชีย เสี่ยงเผชิญอัตราภาษีนำเข้าที่สูงกว่าคาดการณ์และสูงกว่า ที่บรรดานักวิเคราะห์รวมถึงธนาคารกลางฝั่งเอเชียได้ใช้ประเมินไว้ก่อนหน้า
ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หลังราคาทองคำก็ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำดังกล่าวก็อาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง
อีกทั้ง มองว่าผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างก็รอจังหวะเงินบาทอ่อนค่า ในการทยอยขายเงินดอลลาร์ หรือปรับสถานะถือครอง ทำให้ในช่วงนี้ หากไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มักจะส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนสูง เมื่ออ้างอิงจากสถิติในอดีต เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจติดอยู่แถวโซนแนวต้าน 32.65-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ในระยะสั้น
ทั้งนี้ แม้จะเริ่มเห็น บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเทศปรับมุมมองเชิงลบต่อเงินบาทชัดเจน เช่น มีการ Call Short THB (Long USDTHB) โดยบางส่วนอาจมองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทะลุระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ แต่เราจะมั่นใจมากขึ้น ว่าเงินบาทได้กลับเข้าสู่แนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.70-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ตามการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend Following
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.75 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB