ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.46 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.46 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จับตา คัดเลือกผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.46 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.38 บาทต่อดอลลาร์โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง แต่ยังคงติดโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.37-32.51 บาทต่อดอลลาร์)
ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ที่ได้แรงหนุนจากความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด ทางการสหรัฐฯ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าจากยุโรปในอัตราที่สูงถึง 30% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้พอสมควร
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังพอมีความหวังอยู่บ้าง ว่าสหรัฐฯ กับ สหภาพยุโรปอาจสามารถเดินหน้าเจรจาการค้า เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าดังกล่าว นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นผ่านโซนแนวต้าน 3,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างชัดเจน ทว่า ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้จะยังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้ในช่วงนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็อาจกดดันบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย ที่ต่างเผชิญอัตราภาษีนำเข้าใหม่ในอัตราที่สูงขึ้นและสูงกว่าคาด ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทก็ดูเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจาก ราคาทองคำยังมีโอกาสทยอยปรับตัวสูงขึ้นจากโซนแนวรับระยะสั้น และมีโอกาสที่ราคาทองคำจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หากราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้สำเร็จ ตามการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน มองว่า ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจได้ผลกระทบจากรายงานผลการคัดเลือกผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ โดยเรามองว่า หากรายงานข่าวล่าสุด ที่ระบุว่า คุณวิทัย รัตนากร ได้เป็นผู้ว่าฯ คนถัดไป จริง ก็อาจหนุนให้ บรรดาผู้เล่นในตลาดมีมุมมองว่า ธปท. อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อได้ไม่ยาก ซึ่งอาจส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย ที่เริ่มมีโมเมนตัมขาขึ้นที่ดีในช่วงนี้ ทำให้เราอาจเห็นแรงซื้อหุ้นไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้ แต่ในฝั่งตลาดบอนด์นั้น เรามองว่า แม้ผู้เล่นในตลาดอาจมีมุมมองว่า ธปท. จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ หนุนให้บอนด์ยีลด์ไทยปรับตัวลดลงต่อบ้าง บรรดานักลงทุนต่างชาติก็อาจใช้จังหวะการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ดังกล่าวในการทยอยขายทำกำไร ทำให้อาจเห็นแรงขายบอนด์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้ (ในระยะหลัง เราเห็นบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเทศ เริ่มให้คำแนะนำ Take Profits สถานะถือครองบอนด์ไทย โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาว)
อนึ่ง เรามองว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน และสหรัฐฯ เนื่องจากในช่วงหลัง เงินบาทก็เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินหยวนจีนพอสมควร ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI นั้น ก็สามารถทำให้เงินบาทผันผวนได้สูงพอสมควร ในช่วง 30 นาที หลังตลาดรับรู้ข้อมูลดังกล่าว
เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB