ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.24 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้น"
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.24 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้น" แรงหนุนจากประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.24 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.37 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากราคาทองคำตลาดโลกที่เร่งตัวสูงขึ้นกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง และสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามข่าวเรื่องการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยล่าสุด รมช.คลัง แถลงว่าข้อเสนอทางภาษีที่จะให้กับสหรัฐฯ นั้น เบื้องต้นไทยอาจไม่สามารถเปิดได้ทั้งหมดเหมือนเช่นเวียดนาม ที่ให้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% เพราะมองว่าการเปิดทั้งหมดจะมีผลกระทบมากต่อทั้งภาคเกษตร และภาคธุรกิจของไทย ส่วนจะเป็นสินค้ากลุ่มใดที่สามารถให้ได้ 0% หรือสินค้ากลุ่มใดที่ไม่สามารถให้ได้ 0% นั้น ยังไม่สามารถบอกได้เพราะยังอยู่ระหว่างการเจรจา
แนวโน้มค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Sideways จนกว่าจะถึงกำหนดเส้นตายภาษีสหรัฐฯ ใหม่ในวันที่ 1 ส.ค. หรือหลังได้รับรู้ผลการเจรจาการค้าอย่างชัดเจนก่อนหน้า
เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 567 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,150 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 32.15 - 32.40
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 32.15
EUR/THB 37.50-37.90
* แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 37.90
JPY/THB 0.2170-0.2210
* แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2170
GBP/THB 43.30- 43.70
AUD/THB 21.00- 21.40
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายอมรับว่า เงินบาทได้ทยอยแข็งค่าขึ้น สวนทางกับที่ประเมินไว้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ที่แม้ว่า ผลการเลือกตั้งจะสะท้อนว่า พรรครัฐบาล LDP และ Komeito จะสูญเสียการครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ทว่านายกฯ Shigeru Ishiba ก็ยังคงยืนกรานที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป
ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจเลือกที่จะทยอยปิดขายทำกำไรสถานะ Short JPY (มองเงินเยนอ่อนค่าลง) อย่างไรก็ดี เราคงมุมมองเดิมว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่นยังคงมีอยู่ และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการกลับมาอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น พร้อมกับแรงขายสินทรัพย์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาวญี่ปุ่น ได้อีกครั้ง หากผู้เล่นในตลาดกังวลเสถียรภาพการคลังของรัฐบาล ซึ่งจะขึ้นกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องมีความประนีประนอมมากขึ้นกับฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ มองว่า เงินดอลลาร์อาจยังพอได้แรงหนุนอยู่ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทยอยออกมาสดใส รวมถึง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด และหนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว มองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ส่วนหนึ่งก็ได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งล่าสุด ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้าน และเริ่มมีความเสี่ยงที่จะย่อลงได้บ้าง หากบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ทำให้ โดยรวมเรามองว่า แม้เงินบาทจะพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่า แต่การแข็งค่าของเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด และเงินบาทอาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับถัดไป 32.10 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ง่ายนัก ในทางกลับกัน เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงบ้าง โดยโซนแนวต้านของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นโซนแรก และมีโซน 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ เป็นโซนแนวต้านถัดไป
ยังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.35 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB