เปิดมุมมอง 3 ผู้เชี่ยวชาญ สแกนกลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่
เปิดมุมมอง 3 ผู้เชี่ยวชาญ สแกนกลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่ ชี้ 'สติ' คือวัคซีนทางการเงินที่ดีที่สุด
ในงานสัมมนา BOT Symposium 2025: เท่าทันภัยการเงิน: Towards Safer and More Inclusive Digital Finance จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการจัดเสวนาในหัวข้อ สร้างภูมิคุ้มกันคนไทยจากภัยการเงิน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้แก่ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ รองโฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) , นางประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ รองโฆษก บก.สอท.2 เปิดเผยว่า แม้มิจฉาชีพจะใช้มุกเดิมๆ แต่เทคโนโลยีที่ใช้กลับล้ำหน้าขึ้นมาก เช่น การใช้ AI Voice Cloning เพื่อเลียนเสียงคนในครอบครัวโทรหลอกผู้สูงอายุ หรือการใช้ Deepfake สร้างภาพใบหน้าปลอม ซึ่งแม้ผู้ที่รู้เท่าทันจะดูออก แต่คนส่วนใหญ่ที่ถูกใช้หลักจิตวิทยา Social Engineering ทำให้เกิดความตกใจหรือความโลภ จะขาดสติและทำตามคำสั่งโดยง่าย ซึ่งกลไกหลักที่มิจฉาชีพใช้มี 3 อย่างคือ ความกลัว ความโลภ และความหลง ในความน่าเชื่อถือ
พ.ต.ต.พากฤต ชี้ให้เห็นว่า ขบวนการมิจฉาชีพในประเทศเพื่อนบ้านมีโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนราวกับบริษัท มีทั้งฝ่ายเทคโนโลยีที่ใช้ระบบ VoIP และฝ่ายสนับสนุนต่างๆ รวมทั้งยังมีการ Brainwash ล้างสมองพนักงานให้เชื่อว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่ความผิด
สำหรับปัญหา "บัญชีม้า" ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง พ.ต.ต.พากฤต อธิบายว่า แม้จะมีข่าวการจับกุมอย่างแพร่หลาย แต่ยังมีคนจำนวนมากยอมเปิดบัญชีม้าเพราะเห็นแก่รายได้ ซึ่งในบางครั้งมูลค่าบัญชีม้าก็ปรับตามดีมานด์และซัพพลาย
นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี Fake Base Station เพื่อยิง SMS หลอกลวงเข้ามาในโทรศัพท์ โดยมีการจ้างคนไทยให้ขับรถตระเวนพร้อมอุปกรณ์เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสืบสวน ซึ่งหลายครั้งต้องเจอกับผู้ต้องหาที่พยายามโกหกเพื่อเอาตัวรอด
ขณะที่ นางประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ยอมเปิดเผยเรื่องราวที่เคยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเล่าว่ามิจฉาชีพโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินและหลอกให้เธออัปเดตสถานะที่ดินผ่านแอปพลิเคชันปลอมชื่อ "Smart Land" ซึ่งหน้าตาเหมือนแอปจริง ซึ่งสิ่งที่ทำให้เธอหลงเชื่อคือ มิจฉาชีพมีข้อมูลโฉนดที่ดินของเธออย่างถูกต้อง ทำให้เธอเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
นอกจากนี้ มิจฉาชีพใช้เวลาพูดคุยกับถึง 1 ชั่วโมง เพื่อหลอกถามข้อมูลส่วนตัว ทั้งชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และเลขบัตรประชาชน โดยใช้กลไกทางจิตวิทยาที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จและสแกนใบหน้าซ้ำๆ เพื่อปลดล็อกระบบ สุดท้ายเธอก็ตกเป็นเหยื่อ ถูกมิจฉาชีพโอนเงินจากบัญชีธนาคารและเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตแล้วโอนออกไป ทำให้สูญเงินไปกว่า 1,300,000 บาท แม้ภายหลังเจ้าหน้าที่จะจับกุมบัญชีม้าได้ 6 ราย แต่กลับไม่ได้เงินคืน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีทรัพย์สินที่จะชดใช้ และจำยอมติดคุกต่อไป
ด้านอาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา ก็ได้อธิบายในมุมมองเชิงจิตวิทยาว่า สาเหตุที่คนยังตกเป็นเหยื่อแม้จะรู้ข่าว คือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้คนส่วนใหญ่มีโอกาสในการหารายได้น้อย จึงเลือกที่จะกระโจนเข้าหาช่องทางที่ได้เงินง่ายและเร็ว แม้จะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม นอกจากนี้ สังคมที่ให้คุณค่ากับ วัตถุนิยม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้คนยอมทำผิดเพื่อจะได้วัตถุเหล่านั้นมา
อาจารย์ตฤณห์ อธิบายกระบวนการทำงานของสมองว่า เวลาที่คนเราตกใจ สมองส่วนอารมณ์จะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้สมองส่วนเหตุผลถูกกดการทำงานชั่วคราว จึงทำให้คนขาดสติและตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย เมื่ออารมณ์ขึ้น ส่วนเหตุผลจะหายไป พร้อมทั้งแนะนำวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการหยุดคิด หลังจากรับสายจากบุคคลที่ไม่คุ้นเคย ควรวางสายและใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบข้อมูลและปรึกษาคนรอบข้างก่อนตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพยังใช้ Authority Bias หรือความเชื่อในอำนาจของรัฐ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าคนที่โทรมาเป็นเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งความจริงแล้วเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกต้องจะไม่มีการให้โอนเงินหรือให้ทำธุรกรรมใดๆ อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ อาจารย์ตฤณห์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยการเงินจึงไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่ต้องสร้าง "สติ" ให้กับคนในสังคม เพื่อที่จะสามารถยับยั้งอารมณ์และความอยากได้ เมื่อเจอกับกลโกงที่มาในรูปแบบต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างทันท่วงที
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB