วิทัย ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนใหม่ พบสื่อครั้งแรก ลั่น! จะทำงานอิสระ ไม่ให้การเมืองแทรกแซง
วิทัย ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนใหม่ พบสื่อครั้งแรก ลั่น! พร้อมเดินหน้าตั้ง AMC แก้หนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาท คาด ช่วยเหลือปชช. กว่า 2 ล้านราย ย้ำไม่มีความคิดจัดตั้ง กองทุนความมั่งคั่ง ยืนยันจะทำงานอิสระ ไม่ให้การเมืองแทรกแซง
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวถึงแนวการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC ว่า เป็นหนึ่งในนโยบายเฉพาะจุดที่ จะเร่งดําเนินการ โดยทํางานร่วมกับกระทรวงการคลัง และ สมาคมธนาคารไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาท
ขณะนี้ในระบบมีลูกหนี้ประมาณ 2 ล้านกว่าราย โดยแบ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ 7 แสนราย ลูกหนี้นอนแบงก์ในเครือธนาคารพาณิชย์ 8 แสนราย ลูกหนี้แบงก์รัฐ 8 แสนราย และจํานวนที่เหลือเป็นลูกหนี้ของนอนแบงก์ที่ไม่มีบริษัทแม่เป็นสถาบันการเงิน
นายวิทัยย้ำว่า ทั้งหมดอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มโอนหนี้ได้ในช่วงต้น 2569 ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย เนื่องจากจะปรับให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ให้เป็น Social AMC รับซื้อหนี้ประชาชนของ จากสถาบันการเงินเอกชน และใช้ Ari AMC ของธนาคารออมสินรับซื้อหนี้จากสภาบัยการเงินของรัฐ โดยแหล่งเงินจะมาจากการลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIDF ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งยังเหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท ภายหลังจากทำโครงการคุณสู้เราช่วย จบลง
นายวิทัย ยอมรับว่า แม้ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันจะอยู่ที่ 1.50% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำแล้ว แต่หากมีความจําเป็นก็พร้อมจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก เพื่อเป็นการผ่อนคลาย ดูแลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และดูแลปัญหาเงินเฟ้อ ไม่ให้เกิดเงินฝืดตามมา เนื่องจาก นอกจากหน้าที่ของธนาคารแล้ว จะต้องเสถียรภาพของเศรษฐกิจแล้ว ดังนั้นต้องทำให้มัอัตราการเติบโตที่เหมาะสมด้วย
ส่วนการที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งหลังสุด เนื่องจากต้องการให้ การลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยลดไปก่อนหน้า ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ก่อน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 6 -12 เดือน
ส่วนกรณีของค่าเงินบาท ที่เคยแข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้านี้ นายวิทัย ยืนยันว่า ธปท. จะเข้าไปดูแลให้กรอบค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้เงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง ไม่ได้แข็งค่าขึ้นเหมือนช่วงก่อนหน้า โดยสิ่งที่จะดําเนินการคือ การประสานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน ว่ามีความผิดปกติ หรือมีเงินทุนผิดกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อดูแลไม่ให้กระทบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
ส่วนเรื่องของการซื้อขายทองคํา ที่เป็นปัจจัยเสริมทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ค้าทองคำ ว่าจำเป็นจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากมีก็จะทําอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับภาคธุรกิจ รวมถึงผู้ซื้อรายย่อย แต่จะเป็นการ ดูแลเฉพาะการซื้อขายทองคําออนไลน์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายทองคําหน้าร้าน
นอกจากนี้ นายวิทัย ได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานของ ธปท. และทิศทางนโยบายสำคัญในระยะต่อไปว่า จะเน้นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ ไปจนถึงสอนประชาชนเรื่องการใช้เงิน เน้น "ซื้อเมื่อจำเป็น" อย่าง การช็อปปิ้งออนไลน์ Down Payment, Buy Now Pay Later ซึ่งจะเข้าไปดูพฤติกรรมของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ว่ามีความผิดปกติ และใช้เงินเกินความจำเป็นหรือไม่ และหากพบก็จะเข้าไปดูแล พร้อมกับออกมาตรการเพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้คนไทยให้ดีขึ้น
ยังไม่มีความคิดที่จะนำเงินมาจัดตั้ง"กองทุนความมั่งคั่ง"
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่ง หรือ Sovereign Wealth Fund โดยให้นำเงินสำรองระหว่างประเทศราว 100,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท ไปตั้งกองทุนความมั่งคั่งอีกด้วย พร้อมกับยืนยันว่า ธปท. ยังไม่มีความคิดที่จะนำเงินมาจัดตั้ง และมองว่าการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาไม่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงมาได้ และการบริหารทุนสํารองระหว่างประเทศขณะนี้ถือว่าทําได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งมีการกระจายสินทรัพย์ได้เหมาะสม ทั้งทองคําและสกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์
ลั่น! จะทำงานอิสระ ไม่ให้การเมืองแทรกแซง
นายวิทัย ยืนยันด้วยว่า ธปท. จะดำเนินนโยบายด้วยความเป็นอิสระภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องทางการเมือง และไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง จะมีอิสระในการตัดสินใจ แต่ก็พร้อมยินพร้อมยินดีทํางานร่วมกับกระทรวงการคลังและรัฐบาล โดยย้ำว่าทุกนโยบายที่ออกมาของธปท. จะต้องคํานึงถึงประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งประเทศชาติและสังคม เป็นหลัง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB