เคทีซี เปิดกำไร 9 เดือน 5,707 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อโตแตะ 1.06 แสนล้าน
เคทีซี โชว์ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2568 กำไรสุทธิ 5,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 106,913 ล้านบาท
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวลง และอาจส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2569 จากปัจจัยสำคัญของผลกระทบภาคการส่งออกจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ซึ่งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจนี้ส่งผลให้อุตสาหกรรมสินเชื่อหดตัวลง และผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย
แต่อย่างไรก็ตาม เคทีซีมีการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งตลาด โดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 เคทีซีมีส่วนแบ่งตลาด จากลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเป็น 14.5% จาก 14.2% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มเป็น 13.4% จาก 12.8% และส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบุคคลขยับขึ้นเป็น 4.2% จาก 4.0%
สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 6,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากรายได้ดอกเบี้ยและปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรที่ยังเติบโต ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4% เหลือ 4,343 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7%
และงวด 9 เดือน เท่ากับ 5,707 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.8%) และยังคงรักษาระดับเงินสำรองที่แข็งแกร่งและเพียงพอ ซึ่งสะท้อนได้จาก NPL ratio ของกลุ่มบริษัท ไม่เกินกว่าอัตราที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3,608,017 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 106,913 ล้านบาท (ขยายตัว 0.7%) อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL) ลดลงอยู่ที่ 1.85% จำนวนสมาชิกบัตรเครดิต 2,903,481 บัตร (เพิ่มขึ้น 5.3%) เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 69,451 ล้านบาท (ขยายตัว 0.5%) NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.15% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร 9 เดือนของปี 2568 มูลค่า 219,572 ล้านบาท (ขยายตัว 3.8%)
สมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซี 704,536 บัญชี (เพิ่มขึ้น 2.5%) เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 35,836 ล้านบาท (ขยายตัว 3.0%) NPL สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.40% และมียอดสินเชื่อใหม่ของ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” จำนวน 1,650 ล้านบาท ในส่วนของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อในบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL) มีมูลค่า 1,627 ล้านบาท (ลดลง 28.8%) ซึ่งเคทีซีได้หยุดปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม เคทีซีมีฐานสมาชิก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 รวมกว่า 3.6 ล้านบัญชี แบ่งเป็นสมาชิกบัตรเครดิต 2.9 ล้านบัตร และสมาชิกสินเชื่อบุคคลกว่า 7 แสนบัญชี โดยพอร์ตบัตรเครดิตอยู่ที่ 69,451 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อบุคคล 35,836 ล้านบาท
โบรกฯ คงคำแนะนำ "ซื้อ"
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q25 จำนวน 1,951 ล้านบาท โต 1.7% YoY และ 3% QoQ ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด โดยมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 3.7% QoQ ทำให้ Cost to Income Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 38.2% จาก 37.4% ใน 2Q25 หลังมีค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดีปัจจัยลบดังกล่าวถูกหักล้างด้วย
1.รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ โต 2.4% QoQ แม้สินเชื่อรวมจะลดลง 0.2% QoQ (สินเชื่อบัตรเครดิตลดลง 0.7% QoQ, สินเชื่อส่วนบุคคลโต 1.2% QoQ และสินเชื่อเช่าซื้อลดลง 8.7% QoQ) แต่ NIM ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 13.7% จาก 13.4% ใน 2Q25 หนุนจากทั้ง Asset Yield ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของผลิตภัณฑ์สินเชื่อในกลุ่มดอกเบี้ยสูงอย่างสินเชื่อส่วนบุคคล (KTC Proud และจำนำทะเบียน) เพิ่มขึ้น บวกกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงเล็กน้อย (-5 bps)
2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโต 0.7% QoQ หลังมีรายได้หนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น
3. การตั้งส ารองลดลง 5.1% QoQ คิดเป็น Credit Cost ที่ 5.4% ลดลงจาก 5.7% ใน 2Q25 หลังคุมคุณภาพหนี้ได้ดี NPL Ratio ทรงตัว QoQ ที่ 1.8%
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ 9M25 คิดเป็น 74.4% ของประมาณการทั้งปี เบื้องต้นเรายังคงประมาณการเดิม โดยคาดแนวโน้มกำไรสุทธิใน 4Q25 จะโต YoY และทรงตัว QoQ แม้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นเพราะมีค่าใช้จ่ายพนักงานมากขึ้น แต่คาดจะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง หลัง KTC ยังคุมคุณภาพหนี้ได้ดี และคาดจะได้อานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลใหม่ ช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ฟื้นตัวขึ้น
นอกจากนี้ คาดบริษัทจะมีสินเชื่อรวมเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีตามปัจจัยฤดูกาลและการเร่งทำกิจกรรมการตลาดของร้านค้าต่างๆ ทำให้การใช้จ่ายผ่านบัตรปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเริ่มต้นขายประกันที่คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ใน 4Q25 นี้ หนุนให้ทั้งปีคาด KTC จะมีกำไรสุทธิปี 2025 ที่ 7,669 ล้านบาท โต 3.1% YoY
อย่างไรก็ตาม มองว่า KTC มีความน่าสนใจจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรง NPL ต่ำแต่มี Coverage Ratio สูงถึง 426.2% ประกอบกับบริษัทกำลังขยายธุรกิจใหม่อย่างนายหน้าขายประกัน ซึ่งคาดจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่เข้ามาเสริมตั้งแต่ 4Q25 ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 20% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2025 เดิมที่ 36 บาท และคาดให้ Div. Yield อีก 4.5% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB