ธปท. เตรียมประกาศ JV AMC ใหม่! สัปดาห์นี้ หนุน จัดตั้ง AMC ซื้อหนี้เสีย
ธปท. เตรียมประกาศ JV AMC ใหม่! ภายในสัปดาห์นี้ หนุน จัดตั้ง AMC ซื้อหนี้เสีย คาด! มาตรการแก้หนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท เสร็จสิ้นพร้อมเริ่มใช้ภายใน 1-2 สัปดาห์
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวภายในงาน BAM SYMPOSIUM New Era of AMC 2025 ครั้งที่ 1 ว่า ปัญหาโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข ขณะนี้ คือปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย ที่ยังอยู่ในระดับที่สูง กว่า 86% ต่อ GDP แม้จะลดลงจาก 90% แล้วก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สูงอยู่ และส่งผลต่อกำลังซื้อภายในประเทศลดลง
ซึ่งในส่วนของหนี้ครัวเรือน 86% ดังกล่าว มีส่วนที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL เกือบ 4% และมีส่วนที่เริ่มผิดนัดชำระแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย หรือ SM อยู่ประมาณ 8-9% ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ GDP ของไทยในระยะต่อไปเติบโตได้ไม่สูงนัก โดย ธปท. คาดว่า เศรษฐกิจไทยใน 2568 จะโตได้เพียง 2.2% และลดลงเหลือ 1.6% เท่านั้นในปี 2569
โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังอยู่ระหว่างการแก้ประกาศการจัดตั้ง JV AMC หรือบริษัทร่วมทุนสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เนื่องจากประกาศเดิมหมดอายุไปแล้วเมื่อสิ้นปี 2567 ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกประกาศใหม่ได้ภายใน 2-3 วันนี้ เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดตั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC ในระบบมากยิ่งขึ้น
เนื่องจาก ธปท. มองว่า AMC เป็นกลไกสำคัญ ในการช่วยแก้ปัญหาหนี้เสีย และจะเข้ามามีส่วนช่วยให้ลูกหนี้ถูกการฟ้องร้องบังคับดำเนินคดีน้อยลง ช่วยแก้ปัญหาเชิงสังคม และเป็นส่วนช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ลดลงได้อีกด้วย
"เรามองว่าการจัดตั้งการทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC จะเข้ามามีส่วนช่วยจัดการหนี้เสียไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และยังช่วยฟื้นฟูลูกหนี้รายย่อยให้กลับมามีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง" นายวิทัย กล่าว
โดยนายวิทัย ระบุว่า AMC ในภาพรวมของทั้งประเทศมีอยู่ที่ประมาณ 90 แห่ง ซึ่งใน 90 แห่งมีการดำเนินงานต่อเนื่องจริงๆอยู่ที่ประมาณ 45 แห่งเท่านั้น ซึ่ง AMC มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะจะสามารถลดหนี้เสียได้ ด้วยกลไกการเข้าไปซื้อหนี้ ซึ่งจะสามารถช่วยปรับโครงสร้างหรือช่วยให้ลูกหนี้ชำระหนี้ในอัตราที่ผ่อนปรนกว่าเดิมได้ และผ่อนปรนกว่าตอนที่อยู่ในสถาบันการเงิน รวมถึงช่วยลดดอกเบี้ย ไม่คิดค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนให้ไม่ต้องชำระเต็มจำนวน 100% ซึ่งก็จะทำให้หนี้เสียกลับกลายเป็นหนี้ที่ดีได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ ธปท. ได้ตั้งเป้าว่า ภายหลังการเพิ่มจำนวน AMC ในระบบสถาบันการเงินได้เสร็จสิ้น จะทำให้สัดส่วนการซื้อหนี้เสียออกมาบริหารให้อยู่ในส่วนของ AMC เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ของสัดส่วนหนี้เสียทั้งระบบ จากปัจจุบัน ที่ AMC มีการซื้อหนี้เสียออกมาบริหารราว 10% เท่านั้น
"เราอยากเห็น AMC แอคทีฟมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือมากกว่า 45 รายจาก 90 ราย อยากเห็นการซื้อ NPL ที่มากกว่า 10% กลับไปอยู่ในระดับ 20-25% หรือทำให้ได้ถึง 30% ของยอด NPL เราอยากเห็นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมจาก AMC ที่มากขึ้น"
นายวิทัย กล่าวด้วยว่า ตนเองอยากให้ AMC เข้าเป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร เพื่อที่จะให้ลูกหนี้ลูกหนี้ที่ได้รับการแก้ไขหนี้เสร็จสิ้นแล้ว มีประวัติที่ดี อยู่ในเครดิตบูโร ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้สามารถขอสินเชื่อในครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ นายวิทัย กล่าวว่า ในอีก 1-2 สัปดาห์ จะมีการออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน สำหรับประชาชน ที่มีหนี้เสียต่ำกว่า 100,000 บาท โดยขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย ในการจัดทำโครงการดังกล่าว และหากการเจรจาเสร็จสิ้น ก็จะสามารถเริ่มโครงการได้เลย
โดย ธปท. คาดว่าสำหรับมาตรการดังกล่าว จะสามารถช่วยซื้อหนี้เสียจากลูกหนี้ในกลุ่มแรกได้ประมาณ 2 ล้านราย จากจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ 4 ล้านราย สำหรับลูกหนี้ที่มีหนี้เสียต่ำกว่า 100,000 บาท ในระบบสถาบันการเงิน
ส่วนรายละเอียดในการช่วยเหลือลูกหนี้ 2 ล้านรายแรกนั้น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
-ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียในระบบของธนาคารพาณิชย์พาณิชย์ 700,000 ราย
-ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียในระบบของนอนแบงค์ ที่เป็น บริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ 800,000 ราย
-ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียในระบบ ธนาคารของรัฐ 400,000-500,000 ราย
และสำหรับการซื้อหนี้เสียดังกล่าว จะใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เป็น ผู้ซื้อหนี้เสียจากธนาคารพาณิชย์เอกชนออกมาบริหาร ส่วนหนี้เสียที่อยู่ในระบบของธนาคารของรัฐจะใช้ บริษัท บริหารสินทรัพย์ อารีย์ (ARI-AMC) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสินและ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้บริหาร
ส่วนหนี้เสียของลูกหนี้อีก 2 ล้านราย ซึ่งอยู่ในระบบของนอนแบงค์ ที่ไม่ได้เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ จะมีกระบวนการแก้ไขที่ยากกว่า โดย ธปท. อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้เป็นลำดับต่อไป
โดย ธปท. คาดว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้ลูกหนี้ส่วนนี้สามารถ แก้ปัญหาเรื่องหนี้สินได้ดีมากยิ่งขึ้น และกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น โดยมาตรการนี้เป็นความพยายามในการแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่เร่งด่วนของ ธปท.
อย่างไรก็ตาม นายวิทัย ระบุว่า แม้หนี้เสียของไทยจะมีสัดส่วนที่สูง หรือมีมากกว่า 3% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ แต่ก็ยังไม่เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากอยู่ในระดับนี้มาซักระยะหนึ่งแล้ว และไม่เห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงมองว่าความเสี่ยงที่จะเข้าขั้นวิกฤตนั้นอาจจะยังไม่มี แต่เป็นสิ่งที่ต้องรีบแก้ไข
ส่วนจะสามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้เท่าไหร่นั้น นายวิทัย ระบุว่า การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนจากโครงการดังกล่าว อาจไม่ได้ทำให้จำนวนหนี้ครัวเรือนในระบบลดลงมากนัก แต่จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาในจำนวนรายบุคคลที่เป็นหนี้ในระบบให้ลดลงได้มากกว่า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB