ทีทีบี-กรุงศรี ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80
ทีทีบี-กรุงศรี ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 จับตาท่าทีเฟดและความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) คาดการณ์ว่า ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ช่วงวันที่ 3-9 พฤศจิกายน 2568 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินกรอบการซื้อขายไว้ที่ 32.20-32.70 บาทต่อดอลลาร์
โดยทั้ง 2 แห่ง มองว่า ความผันผวนของค่าเงินในช่วงนี้ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ
ที่สำคัญคือ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่า ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าธนาคารกลางจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมรอบถัดไป ส่งผลให้ตลาดการเงินกลับมาประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง และทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์
ขณะที่การพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นไปในทิศทางบวก โดยทั้งสองฝ่ายตกลงผ่อนคลายมาตรการทางการค้าบางส่วน รวมถึงการลดภาษีสินค้าประเภทอย่าง เฟนทานิลจาก 20% เหลือ 10% ขณะที่จีนเลื่อนบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากออกไป ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกในตลาดการเงินโลก
ด้านธนาคารกรุงศรี ระบุว่า เงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาปิดแข็งค่าที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 32.23 - 32.73 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลหลักอื่นๆ จากการลดดอกเบี้ยของเฟดและการยุติการทำ QT
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 5,045 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 30,485 ล้านบาท โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.11%
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
ต่างประเทศ
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีภาคการผลิต (ISM) ภาคบริการ และตัวเลขการจ้างงานเอกชนเดือนตุลาคม
- ท่าทีของเฟดในช่วงก่อนการประชุมเดือนธันวาคม
- ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงการค้ารอบใหม่ระหว่างจีน-สหรัฐฯ
ส่วนในประเทศ
- กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยยอดส่งออกเดือนกันยายนขยายตัว 19.0% สูงสุดในรอบ 42 เดือน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการผลิต
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB