รายละเอียดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หวังชุบชีวิตลูกหนี้ 2 ล้านบัญชี
เจาะรายละเอียดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ลุยซื้อหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาท หวังชุบชีวิตลูกหนี้ 2 ล้านบัญชี เริ่ม 1 ม.ค. 69
PPTV Wealth เจาะรายละเอียดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้เฉพาะจุด คือ ลูกหนี้รายย่อยที่เหลือยอดหนี้เสีย (NPL) ไม่สูง ให้กลับมาจ่ายหนี้ได้ หลุดจากสถานะ NPL ได้เร็ว และมีประวัติหนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในอนาคต โดยจะดำเนินการเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิด จนทำให้ลูกหนี้เสียวินัยทางการเงิน (moral hazard) รวมทั้งมีแนวทางจูงใจให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้และรักษาวินัยในการชำระหนี้
ซึ่งไม่มีการจำกัดจำนวนลูกหนี้ในโครงการหากลูกหนี้มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทุกคน
โดยโครงการเริ่ม ตั้งแต่เดือน ม.ค. 69 เป็นต้นไป
- 1 ม.ค. 69 ธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์โอนกรรมสิทธิ์หนี้ไปยัง SAM
- 5 ม.ค. 69: ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ที่สนใจปรับโครงสร้างหนี้กับโครงการนี้ สามารถติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้ หรือสอบถามผ่านช่องทาง ธปท. และ SAM ตั้งแต่ ก.พ. 69: SAM หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก SAM ติดต่อกลับลูกหนี้
รูปแบบการช่วยเหลือลูกหนี้เป็นอย่างไร
- บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) จะรับซื้อรับโอนหนี้เสียของลูกหนี้รายย่อยมาจากเจ้าหนี้เดิม และจะปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนเพื่อลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้
- โครงการมีระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย 2 มาตรการย่อย ได้แก่
- จ่ายปิดจบ: ให้ลูกหนี้เข้ามาจ่ายคืนหนี้บางส่วนแก่ SAM เพื่อปิดบัญชี
- ผ่อนชำระเป็นงวด
ลดภาระหนี้บางส่วนให้กับลูกหนี้ และส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระเป็นงวดแก่ SAM
ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระของลูกหนี้แต่ละรายจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลูกหนี้เริ่มเข้าโครงการ ถ้าเข้าร่วมช้า ระยะเวลาผ่อนจะเหลือน้อยลงตามระยะเวลาที่เหลือของโครงการ)
อัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างเข้าร่วมโครงการจะพักแขวนไว้ หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขจะยกเว้นดอกเบี้ยทั้งจำนวน
ในระยะแรก (phase 1) จะเริ่มจาก ลูกหนี้ที่อยู่กับธนาคารพาณิชย์และลูกหนี้ของ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะถูกรับโอนซื้อหนี้และช่วยเหลือต่อโดย SAM
ในระยะแรกของโครงการนี้ SAM จะซื้อหนี้ประเภทใดบ้าง
SAM จะรับซื้อเฉพาะหนี้ NPL ที่ไม่มีหลักประกัน (เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล) และติ่งหนี้ของหนี้ที่เคยมีหลักประกัน และไม่รวมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อ nano finance ที่มี บสย. ค้ำประกัน เนื่องจากถือเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน
คุณสมบัติและเงื่อนไขลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างไร
โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ คือ
- ลูกหนี้บุคคลธรรมดา
- สถานะหนี้ ณ 30 ก.ย. 68 เป็นหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน (NPL)
- มีภาระหนี้ NPL รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงิน และทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย นับเฉพาะผู้ให้บริการทางการเงินที่รายงานข้อมูลใน NCB และใช้ภาระหนี้ตามการรายงาน NCB
- รวมถึง เป็นหนี้ NPL ที่เข้าโครงการคุณสู้เราช่วยอยู่แล้ว หรือ อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ และ หนี้กับ Non-bank ที่เป็นบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ แต่ต้องมีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน หรือติ่งหนี้ของหนี้ที่เคยมีหลักประกัน และค้างชำระเกิน 90 วันแล้ว ณ วันที่ 30 ก.ย. 68
ส่วนกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าร่วมได้ คือ Non-bank อื่นที่ไม่ใช่บริษัทในกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ กยศ.
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าโครงการแล้ว ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการทุกรายจะถูกโอนขายหนี้ให้ SAM ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 เป็นต้นไป และลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือคนที่ SAM มอบหมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามโครงการต่อไป
โดย เจ้าหนี้เดิม และ SAM จะส่งหนังสือแจ้งการโอนสิทธิ์เรียกร้องให้กับลูกหนี้ทุกรายที่ถูกโอนหนี้ไปยัง SAM
หากลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขโครงการแต่ไม่ได้รับจดหมายดังกล่าว และมีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้ หรือสอบถามผ่านช่องทาง ธปท. หรือ SAM ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 69 เป็นต้นไป ซึ่ง SAM (หรือคนที่ SAM มอบหมาย) จะติดต่อกลับหากลูกหนี้มีสิทธิ์ตามเงื่อนไขของมาตรการ
สุดท้าย หาก เข้าโครงการแล้วยังจ่ายไม่ไหว หรือ หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้ตามเงื่อนไขของมาตรการ รหัส NCB จะกลับไปเป็น 26 (ค้างชำระเกิน 90 วัน จากการชำระหนี้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รับซื้อหรือรับโอนหนี้มา)
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” จะทำเพียงครั้งเดียว เพื่อรักษาวินัยทางการเงินของลูกหนี้ โดยหนี้โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ของลูกหนี้ที่จะเข้าร่วมโครงการพบว่าอยู่ที่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อบัญชีเท่านั้น
ทั้งนี้ หากลูกหนี้จ่ายปิดจบหนี้ในทันที จะได้รับสถานะเป็นบัญชีปกติ ไม่ติดอยู่ในแบล็กลิสต์ของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโรอีกต่อไป และจะทำให้สามารถขอรับสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ใหม่ เมื่อเทียบกับโครงการปกติผ่อนชำระหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรอถึง 3 ปี จึงจะได้รับการคืนสถานะเป็นบัญชีปกติ
อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายปิดจบได้ในครั้งเดียว ก็จะได้รับโอกาสการผ่อนชำระเป็นงวด โดยได้รับการปรับลดเงินต้น และผ่อนชำระโดยไม่มีดอกเบี้ย ยกเว้นค่าทำเนียมผิดนัดชำระที่เคยมีมาก่อนหน้า ซึ่งเมื่อลูกหนี้ผ่อนชำระครบ ก็จะได้รับสถานะบัญชีเป็นปกติ และขอสินเชื่อใหม่ได้เลยเช่นเดียวกัน
โดยเบื้องต้น ธปท. คาดหวังว่า จะสามารถช่วยเหลือได้ 30-50% หรือ มีผู้ได้รับผลประโยชน์ประมาณ 500,000 - 800,000 คน จากจำนวนลูกหนี้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในเฟสแรกจำนวน 1.6 บัญชี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB