แบงก์ออกมาตรการช่วยเหลือ "พี่น้องภาคใต้" ได้รับผลกระทบน้ำท่วมใหญ่
แบงก์พาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือ "พี่น้องภาคใต้" ได้รับผลกระทบน้ำท่วมใหญ่
ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความช่วยเหลือทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการอย่างเต็มที่
จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดในภาคใต้
ซึ่งได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นๆ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว และพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ และลูกค้าผู้ประกอบการ SME ครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่
ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ประกอบด้วย
1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
- สำหรับลูกค้าปัจจุบัน - สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
- สำหรับลูกค้าใหม่ - สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์
2. สินเชื่อรถยนต์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุดนาน 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)
3. สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME)
- สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน 2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน 3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท 4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท
โดยสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568
อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยพาณิชย์ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการพิจารณาคำร้องของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบและทันท่วงที เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
สำหรับสินเชื่อบ้านได้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.662%- 13.397% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR ) ปัจจุบันเท่ากับ 6.775%ต่อปี มีผลวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศของธนาคาร
ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรอบล่าสุด
จากสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคกลางที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เร่งออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ที่ครอบคลุม เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ธนาคารมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบธุรกิจ ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงได้ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 2568 - 31 ม.ค. 2569 โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ
- ลูกค้าสินเชื่อบ้าน สามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน (ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว) หรือ ขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก (กรณีลูกค้าที่มีบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว สามารถทำรายการเบิกใช้เงินสดได้ ผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก โดยต้องลงทะเบียนก่อน)
- ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน
- ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิต สามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี โดยยังคิดดอกเบี้ยตามปกติ
- ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME ประเภทสินเชื่อระยะยาว จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อหมุนเวียน จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน
ช่องทางการติดต่อธนาคาร
- ลูกค้าบุคคล : สอบถามความช่วยเหลือ ติดต่อคุณ Yindee ผ่าน ttb touch หรือ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 และสาขาของทีทีบี
- ลูกค้าธุรกิจ : ติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคารมาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน
- ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” แจ้งเคลมผ่าน ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 0 2611 4425
- ลูกค้าประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ บริษัทผู้รับประกันภัย ได้ที่
- ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
- ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 1758
- เมืองไทยประกันภัย โทร. 1484
- อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292
- แอลเอ็มจีประกันภัย โทร. 1790
- แอกซ่าประกันภัย โทร. 0 2118 8111
- วิริยะประกันภัย โทร. 1557
ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย และลูกค้าบัญชี ttb all free ที่ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการคงเงินฝากตามเงื่อนไข ติดต่อ ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
ลูกค้าธุรกิจที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ติดต่อ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 สามารถตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่ “เมนูประกัน” ในแอป ttb touch
ทีทีบีขอส่งความห่วงใยไปยังลูกค้าทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยพร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน
กรุงศรี ออกมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบ
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วน ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบ
รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย
ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย ประกอบด้วย
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME ประกอบด้วย
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568
ลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้
- พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือ สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้
โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2568
ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้
มาตรการที่ 1 : พักชำระหนี้ นานสูงสุด 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2 รอบบัญชี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึง มกราคม 2569 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 มกราคม 2569 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline : 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
มาตรการที่ 2 : ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
ธนาคารกรุงเทพ ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ
- ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
- สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการและฟื้นฟูกิจการ
- สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี* หลังจากนั้นคิดไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี *ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย
ธนาคารได้จัดเตรียมหลากหลายมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ ประกอบด้วย
บัตรเครดิต
- ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยค้างชำระขั้นต่ำ (Min Pay) จากอัตราปกติลง 3% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6-12 เดือน
- ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% ไม่เกิน 3 รอบบัญชี หรือ สูงสุดไม่เกิน 90 วัน
- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
- ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
- สินเชื่อเงินกู้บัวหลวงสุขใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- สินเชื่อหมุนเวียนบัวหลวงอุ่นใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันและสินเชื่อส่วนบุคคล
- ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% (ชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน และชำระเงินต้นบางส่วน) เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6-12 เดือน
- ผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม และลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 70% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน โดยดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจะตั้งพักเอาไว้
สำหรับลูกค้าที่จะขอกู้เพิ่มและลูกค้าใหม่
- สนับสนุนสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุดนาน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.65%) ต่อปี และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน** เพื่อนำเงินไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ได้ที่สาขา สำนักธุรกิจ และสายบัตรเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbank.com และคอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร.1333 หรือ 0 2645 5555
- สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ตามประกาศ ณ วันที่ 14 ส.ค. 68 เท่ากับ 6.65% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์และการชำระคืนหนี้และภาระต้นทุนในการกู้ยืมเพิ่มเติม ดูได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ
- ค่าสำรวจและประเมินหลักประกัน ขั้นต่ำ 3,000 บาท/แปลง (ไม่รวม VAT) (อัตราค่าบริการ ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และจำนวนหลักประกัน อ้างอิงตามประกาศธนาคาร)
พร้อมกันนี้ ธนาคารขอเชิญร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยสแกนเพื่อบริจาค หรือ บริจาคผ่านบัญชี
- มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม เลขที่ 101-3-48488-4
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 1 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @friendsofpa สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2054-6546
- มูลนิธิชัยพัฒนา ชื่อบัญชี "กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เลขที่ 909-3-00509-9
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ e-mail : givedonate@gmail.com หรือ Line ID : @chaipat19 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการเงิน โทร. 0-2447-8585-8 ต่อ 103 ในวันและเวลาทำการ
- มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ชื่อบัญชี "มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์"
บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 641-0-15655-5
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @shf.psu
ธนาคารไทยเครดิต พร้อมเคียงข้างลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “อุทกภัย”
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) พร้อมเคียงข้างลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “อุทกภัย” ในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาภาระด้านการเงิน และช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า SME, MSME, Retail, Nano & Micro Finance และลูกค้าทั่วไป ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับ ผลกระทบจาก “อุทกภัย” ในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้
- พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 2 เดือน พักชำระเงินต้น / ปรับลดค่างวด และหรือขยายระยะเวลา / ปรับลดอัตราดอกเบี้ย สูงสุด 12 เดือน
สำหรับลูกค้าธนาคารไทยเครดิต ผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ตั้งแต่ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคาร ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โทร. 02-697-5454 หรือดูรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ www.thaicreditbank.com
ธนาคารกสิกรไทย ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ธนาคารกสิกรไทยมีความห่วงใยและพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ จึงออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล
1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
3. บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ
1. วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่
ลูกค้าบุคคลติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888
ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822
ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
นอกจากนี้ ยังมี สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5%-6% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 = 6.78% ต่อปี ทั้งนี้ “อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้“ เดือนที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 4-36 อัตราดอกเบี้ย 4.88% ต่อปี หลังจากนั้นคิดตามอัตราดอกเบี้ย MRR จนสิ้นสุดสัญญา อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.47% ต่อปี
ฟรีค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,000 บาท ศึกษารายละเอียดการคำนวณ ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB