"เงินบาท" แข็งค่าในรอบ 2 เดือน ขณะที่หุ้นไทยผันผวนตลอดสัปดาห์
"เงินบาท" แข็งค่าในรอบ 2 เดือน แตะ 32.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่หุ้นไทยผันผวนตลอดสัปดาห์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจับตาเงินเฟ้อ พ.ย. 68
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 24-28 พ.ย. 68 ว่า เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ ตลาดกลับมาคาดว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่ ๆ มาหนุน ประกอบกับตลาดมุ่งความสนใจไปที่สัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ที่สะท้อนว่า ดอกเบี้ยของไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าในช่วงต่อมา สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย
ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดกระตุ้นให้ตลาดกลับมามองความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. นี้ เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน (นับตั้งแต่ 26 ก.ย.) ที่ 32.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค. 2568 KBank คาดว่า กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทจะอยู่ที่ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย.จาก ADP และดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน
ส่วนสรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย พบว่า ดัชนีหุ้นไทยผันผวนระหว่างสัปดาห์ แต่กลับมาปิดสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย ทั้งนี้ SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนหน้า หลังเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่ายังมีพื้นที่ในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับการเห็นชอบมาตรการ Thailand FastPass ของภาครัฐเพื่อเร่งรัดการลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปและกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวช่วงปลายปี รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นแรงเทขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ เทคโนโลยีและพลังงาน ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ก็เป็นการฟื้นตัวได้เพียงในกรอบที่จำกัด เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น
ขณะที่การคาดการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ 1-5 ธ.ค. 2568 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,230 และ 1,215 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,265 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน ยูโรโซนและอังกฤษ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB