เปิดเหตุผล ธปท.คุมธุรกิจเช่าซื้อ - ลีสซิ่งรถ กับสิ่งที่ประชาชนจะได้รับ
เปิดเหตุผล ประกาศ ธปท. กำหนดธุรกิจเช่าซื้อ - ลีสซิ่งรถ อยู่ภายใต้กำกับ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน กับสิ่งที่ประชาชนจะได้รับ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 54/2568 เรื่อง การกำหนดให้ธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจทางการเงิน และการอนุญาตให้ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงิน ซึ่งหากไปดูเหตุผลว่า ทำไม ธปท. ต้องกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ
ธปท. ระบุว่า จากธุรกิจดังกล่าวมีการให้บริการประชาชนในวงกว้าง โดยยอดสินเชื่อมีสัดส่วนถึง 10% ของหนี้ครัวเรือน
และ 1 ใน 3 ของธุรกรรมเช่าซื้อและลีสซิ่งเกิดจากการให้บริการของ non-bank ที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ ธปท. ทำหน้าที่กำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่เป็นธรรม
จึงกำหนดให้ธุรกิจประเภทนี้อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน โดยมีผลตั้งแต่ 2 ธ.ค.2568 เป็นต้นไป
โดยธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจทางการเงินที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ปริมาณธุรกรรมมีค่อนข้างสูง จึงมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนในวงกว้าง แต่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ ซึ่ง ณ สิ้นปี 2567 ยอดธุรกรรมคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.9% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด
ดังนั้น คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. ..... เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลธุรกิจดังกล่าวให้ประกอบธุรกิจอย่างเหมาะสม เอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน รวมทั้งคุ้มครองดูแลผู้บริโภคให้ได้รับการบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรม ต่อมา พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ จึงได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ประโยชน์จากการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ
- ประชาชน จะได้รับบริการที่มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม ได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อให้เลือกใช้บริการได้เหมาะสมกับตนเอง
- ผู้ประกอบธุรกิจ ช่วยยกระดับมาตฐาน การให้บริการศซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และเพิ่มการแข่งขันที่เท่าเทียมจากการขยายกลุ่มผู้ใช้บริการที่มาอยู่ ภายใต้กำกับ
- ช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ การเงินได้ดีขึ้น โดนเฉพาะปัญหา หนี้ครัวเ รือน และยัง เป็นการช่วยดูแลให้ประชาชนได้รับริการที่เป็นธรรมอีก
สำหรับ ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ จะเป็นนิติบุคคลที่ให้บริการเช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติทุกราย แต่ไม่รวมผู้ประกอบธุรกิจที่มีหน่วยงานและกฎหมายกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสหกรณ์แท็กซี่ เพราะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้ว
ส่วน ธุรกิจที่จะถูกกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ คือ
- การให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
- การให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่เป็นสัญญาเช่าการเงิน (financial lease)
โดยประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ และไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในรถ ดังนั้น จึงสามารถใช้รถเพื่อการส่วนตัว หรือเพื่อการค้าหรือธุรกิจได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจประเภทบุคคลธรรมดา จะไม่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ เพราะผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ
1. รายงานตัวต่อ ธปท. ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดต่อไป
2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภค
3. รายงานข้อมูลการประกอบธุรกิจตามที่ ธปท. กำหนด
อย่างไรก็ตาม หาก พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ มีผลบังคับใช้ และผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม หรือมีการดำเนินการที่ขัดต่อ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ ได้กำหนดบทกำหนดโทษแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. บทกำหนดโทษกรณีผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือ
ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.ฯ หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม พ.ร.ฎ.ฯ รวมถึงกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือบุคคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม พ.ร.ฎ.ฯ
2.บทกำหนดโทษกรณีอื่น ๆ เช่น กรณีผู้ใดให้ถ้อยคำ อันเป็นเท็จต่อผู้ตรวจการ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการ
โดยทั้ง 2 กรณีข้างต้นมีบทกำหนดโทษครอบคลุมทั้งโทษจำคุก โทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB