ธอส. ตั้งเป้า ปี69 ปล่อยสินเชื่อ โต 1-2% แม้เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน
ธอส. ตั้งเป้า ปี69 ปล่อยสินเชื่อ โต 1-2% คิดเป็น 250,000 ล้านบาท ชี้ ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธอส. ได้รับเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 241,780 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ธอส. ยังทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ(Quick Big Win) ของรัฐบาล จัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือนผ่าน 6 มาตรการสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ทำให้ ธอส.สามารถช่วยรักษาบ้านให้กับคนไทยได้เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ในทุกช่วงเวลาจัดทำมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ กู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ และกู้เพื่อซ่อมแซมอาคารหรือปลูกสร้างอาคารหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ดำเนินการได้เป็นอย่างดี
ด้านนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 215,130 ล้านบาท คิดเป็น 89% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท และในปี 2569 ประมาณการเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อที่ 250,000 ล้านบาท หรือ เติบโตประมาณ 1–2% แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่ธนาคารเชื่อมั่นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอย่างต่อเนื่อง
“ภาพรวมการดำเนินงานปี 68 สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วกว่า 215,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 90% ของเป้าหมายปีนี้ และมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ที่ 240,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี ซึ่งภารกิจหลักของธนาคารยังคงยึดมั่นในการทำให้คนไทยมีบ้าน แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่สูง สะท้อนจากยอดปล่อยสินเชื่อที่ปีนี้เติบโตขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน”
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตาม Financial Landscape ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ริเริ่มการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อยกระดับ “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” ผ่าน Application : GHB ALL GEN สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐานรายได้ สามารถออมเงินหรือเดินบัญชี (Statement) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อ และได้ขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดำเนินโครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน X Developer สนับสนุนให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร ออมเงินหรือเดินรายการทางการเงิน (Statement) จากการประกอบธุรกิจผ่าน Application : GHB ALL GEN เพื่อสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพิ่มความสามารถในการยื่นขอสินเชื่อและสร้างโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเองได้ในอนาคต
ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. มากกว่า 50,000 ราย ขณะเดียวกัน ธอส. ยังช่วยรักษาบ้านให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือน ทั้งการพักชำระดอกเบี้ย ลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสนับสนุนโครงการ คุณสู้ เราช่วย ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดเงินงวดผ่อนชำระให้กับลูกค้า
ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมาตรการแล้วกว่า 115,000 บัญชี ซึ่งสามารถช่วยลูกค้ากลับมา มีสถานะปกติและรักษาบ้านของตนเองไว้ได้กว่า 590,000 บัญชี
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีลูกค้ามากกว่า 5 แสนราย ที่เผชิญปัญหาทางการเงินแต่สามารถกลับมาเป็นลูกค้าปกติได้ จากมาตรการรักษาบ้านให้คนไทยของ ธอส. ซึ่งเน้นการช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหา เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ และลดภาระค่างวดตามเหมาะสม และเฉพาะในปีนี้ มีลูกค้ากว่า 115,000 ราย เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเพื่อประคับประคองให้ยังคงรักษาบ้านไว้ได้ และมีโอกาสกลับสู่สถานะปกติในอนาคต“
นอกจากนี้ หากดูจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ก็พบว่า Remaining Supply คงเหลือของบ้านราคาต่ำกว่าล้านบาทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ เช่น การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงมาตรการสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
อีกปัจจัยที่สำคัญ คือ พฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เลือกซื้อบ้านเผื่ออนาคต เผื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาเลือกบ้านที่พออยู่พอใช้ให้สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ โดยเฉพาะช่วงอัตราดอกเบี้ยขาลง ทำให้ภาระผ่อนบ้านถูกกว่าเช่าบ้านในหลายกรณี ส่งผลให้ความต้องการบ้านระดับราคาประหยัดเพิ่มสูงขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB