มุมมองการเงิน Gen Z กับคำถามว่า “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ”
เปิดมุมมองการเงิน Gen Z กับคำถามว่า “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ” ท่ามกลางการเติบโตมาพร้อม ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และมีความคาดหวังเรื่องความมั่นคงที่ถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น
หลายครั้งที่มักจะมีการแชร์เคล็ดลับการเก็บเงินอย่างไร ออกมามากมาย ซึ่งคำถามนี้หากไปถามเด็ก Gen Z อาจไม่เจอคำตอบ และอาจจะได้คำถามกลับมาว่า จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ เพราะบริบททางการเงินของกลุ่ม Gen Z เติบโตขึ้นมาแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขณะที่ความคาดหวังเรื่องความมั่นคงกลับถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้นจากรายงานปี 2025 จาก Deloitte และ Ernst & Young (EY) ระบุว่า ค่าครองชีพและความมั่นคงทางการเงินเป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ ของคนรุ่นนี้
ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกนิยามว่า Financial Anxiety Generation ซึ่งหมายถึงคนรุ่นที่ยังอยู่ระหว่างสร้างตัว แต่ต้องรับมือกับโจทย์การเงินในระดับเดียวกับผู้ที่พร้อมแล้ว ดังนั้นภายใต้บริบทนี้ การให้คำแนะนำทางการเงินแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ
และจากข้อมูลของ เคทีซี ยังได้รวบรวม 3 กรอบคิดทางการเงินที่ Gen Z ไม่อาจมองข้าม และเพื่อไม่ให้เกิดการตัดสินใจทางการเงินที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในระยะยาว
1. เงิน = เวลา (Time Horizon)
สำหรับ Gen Z เงินไม่ได้หมายถึงยอดคงเหลือในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่คือ “เวลา” ในการสร้างการเติบโตทางการเงิน ผู้ที่เริ่มทำงานในวัย 22–25 ปี แม้ยังไม่มีเงินก้อน แต่มีข้อได้เปรียบจากระยะเวลาการลงทุนที่ยาวกว่า หากเริ่มออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เงินจำนวนไม่มากในวันนี้สามารถเติบโตเป็นเงินก้อนในอนาคตได้ ความหมายของ “เงินคือเวลา” จึงไม่ใช่การมีมากกว่า แต่คือการเริ่มได้เร็วกว่า
2. ความเสี่ยงที่แท้จริง = การตัดสินใจที่ย้อนกลับไม่ได้
ต้นตอของความกังวลทางการเงินไม่ได้เกิดมาจากการเริ่มต้นช้า แต่เกิดจากการรีบผูกชีวิตกับภาระที่ถอยออกได้ยาก โดยเฉพาะรายจ่ายคงที่ที่สูงเกิน 40–50% ของรายได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย รถยนต์ หรือภาระผ่อนระยะยาว อาจลดพื้นที่ในการปรับตัวเมื่อรายได้ยังไม่มั่นคง ความยืดหยุ่นจึงเป็นทรัพยากรสำคัญไม่แพ้เงินสด
3. ความมั่นคง = ระยะเวลาที่ไม่ต้องรีบตัดสินใจ
สำหรับผู้เริ่มต้นทำงาน เงินสำรอง 6–9 เดือนอาจเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินไป แต่การมีเวลาอย่างน้อย 30–60 วันที่ไม่ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันทางการเงิน คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคง ระยะเวลานี้อาจมาจากการลดรายจ่ายคงที่ หรือการมีรายได้เสริมระยะสั้น เมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้น การตัดสินใจทางการเงินจะเปลี่ยนจาก “ต้องเลือกเดี๋ยวนี้” เป็น “ขอคิดก่อน”
Financial Anxiety Generation ไม่ได้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่บริหารเงินไม่เป็น หากแต่สะท้อนว่ากติกาทางการเงินเปลี่ยนไปเร็วกว่าความสามารถในการตั้งหลักของคนวัยเริ่มต้นทำงาน ในโลกที่ต้นทุนชีวิตสูงและความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การเข้าใจโครงสร้างระหว่างเงิน เวลา และการตัดสินใจ จึงสำคัญไม่แพ้จำนวนเงินที่มีอยู่จริง และอาจเป็นความได้เปรียบทางการเงินที่สำคัญที่สุดของ Gen Z ในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB