กองทุนความมั่งคั่งสิงคโปร์ทำยังไง? ผลตอบแทนมั่นคงแม้เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน
เปิดกลยุทธ์พอร์ตการลงทุนของ “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์” ซึ่งยังให้ผลตอบแทนมั่นคงแก่รัฐบาลสิงคโปร์แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน
“สิงคโปร์” เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีฐานะทางเศรษฐกิจและการเงินที่มั่งคั่งที่สุดประเทศหนึ่ง โดยมีหน่วยงานที่ดูแลเงินสำรองของชาติ 3 แห่ง ได้แก่ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ (GIC) ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) และบริษัทลงทุนของรัฐ Temasek
ที่น่าสนใจคือตัวของ GIC ซึ่ง ณ เดือน พ.ค. 2025 บริหารจัดการสินทรัพย์ประมาณ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24.8 ล้านล้านบาท) ตามข้อมูลของสถาบันกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
โดยรายงานประจำปี 2025 ของ GIC ระบุว่า ผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนของ GIC ยังคงทรงตัว แม้จะมีความไม่แน่นอนทางการค้า ความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดที่ผันผวน
กองทุนนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผลตอบแทนหรือกำไรในแต่ละปี แต่จะรายงาน “อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะเวลา 20 ปี” เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพ
ในปี 2025 GIC รายงานว่า ในช่วงระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2005 ถึง 31 มี.ค. 2025 ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของพอร์ตการลงทุนของ GIC อยู่ที่ 5.7% เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกแล้ว ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีในช่วง 20 ปีอยู่ที่ 3.8%
GIC ระบุว่า “ผลตอบแทนระยะยาวของเรายังคงมีเสถียรภาพ แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลายอย่างได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานนี้”
ตัวเลขดังกล่าว ลดลง 0.1% จากผลลัพธ์ของปีก่อนหน้า แต่เป็นตัวเลขที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา
GIC กล่าวว่า ผลตอบแทนที่แท้จริงเฉลี่ยต่อปี 3.8% ในช่วง 20 ปีนั้นเป็นตัวเลขที่ “น่าชื่นชมมาก”
GIC บริหารจัดการเงินสำรองระหว่างประเทศของสิงคโปร์ ก่อตั้งในปี 1981 ภารกิจหลักคือการรักษาและเพิ่มอำนาจการซื้อระหว่างประเทศของเงินสำรอง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวเหนืออัตราเงินเฟ้อทั่วโลกในช่วงระยะเวลาการลงทุน 20 ปี
GIC จัดการพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย ประกอบด้วยกลุ่มสินทรัพย์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์จับต้องได้ (Real Asset) โดยพอร์ตการลงทุนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีความยืดหยุ่นต่อสภาวะเศรษฐกิจตลาดที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันก็สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องมีการกระจายการลงทุนที่ดี
GIC กระจายการลงทุนไปยังหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ภูมิภาค และภาคส่วนต่าง ๆ พอร์ตการลงทุนของ GIC จึงมีความหลากหลายมากขึ้นและมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดน้อย
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2025 หุ้นคิดเป็น 51% ของพอร์ตการลงทุน เพิ่มขึ้นจาก 46% ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ตราสารหนี้ลดลงเหลือ 26% จาก 32% ในขณะที่สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Real Asset) เช่น อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22% เป็น 23%
ในด้านภูมิศาสตร์ การลงทุนของ GIC ในทวีปอเมริกาเพิ่มขึ้นเป็น 49% จาก 44% ในขณะที่เอเชียแปซิฟิกลดลงเหลือ 24% จาก 28% การลงทุนในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาคงที่อยู่ที่ 20%
ซีอีโอ GIC บอกว่า ไม่ได้กังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสกุลเงิน เนื่องจากพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงแล้ว
สำหรับประเทศจีน GIC มองเห็นโอกาสที่เป็นไปได้เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่อ่อนตัวลง แต่ยังคงระมัดระวังเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เอื้ออำนวยและการปรับโครงสร้างที่กำลังดำเนินอยู่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2026 GIC ร่วมกับบริษัท Sony Music Group ประกาศจัดตั้งกิจการร่วมค้าเพื่อเข้าซื้อลิขสิทธิ์เพลง โดยมีแผนที่จะลงทุน 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการนี้
ฝ่ายเพลงของ Sony Group Corp. ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทแผ่นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะบริหารจัดการแคตตาล็อกที่ได้มา โดยดูแลการจัดจำหน่ายไปยังบริการสตรีมมิ่ง และการอนุญาตให้ใช้เพลงเก่าในภาพยนตร์และโฆษณา ส่วน GIC จะให้เงินทุนและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กิริช คารีรา หัวหน้ากลุ่มกลยุทธ์แบบบูรณาการของ GIC กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในฐานะนักลงทุนระยะยาว GIC มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านเงินทุนที่สร้างสรรค์และยืดหยุ่นสำหรับผู้นำอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์เช่น Sony”
มูลค่าของลิขสิทธิ์เพลงพุ่งสูงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเนื่องจากการเติบโตของการสตรีมมิ่งแบบเสียค่าใช้จ่าย นักลงทุนยังสนใจในเพลงเพราะเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน
Sony และ GIC วางแผนที่จะแสวงหาสินทรัพย์เพลงคุณภาพสูงและโดดเด่นในหลากหลายแนวเพลง GIC ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมเพลงมาเกือบสิบปีแล้ว
เรียบเรียงจาก GIC / Bloomberg / Reuters
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB