ชนชั้นกลางในเอเชียกว่า 70% กังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน
ชนชั้นกลางในเอเชียกว่า 70% กังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ชี้เป็นความท้าทายต่อการวางแผนทางการเงินระยะยาว
เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (FWD) เปิดเผยผลสำรวจมุมมองผู้บริโภค พบว่า กลุ่มชนชั้นกลางส่วนใหญ่ในเอเชียรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินและขาดความพร้อมสำหรับการเข้าสู่วัยเกษียณ เนื่องจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ลำดับความสำคัญทางการเงินของแต่ละเจเนอเรชันเปลี่ยนแปลงไป
ผลสำรวจกลุ่มชนชั้นกลางกว่า 9,000 คน ในช่วงอายุ 21-65 ปี 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียที่เอฟดับบลิวดีดำเนินธุรกิจ ได้แก่
กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ระบุว่า เกือบสามในสี่ (71%) ของกลุ่มชนชั้นกลางรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานะการเงิน (financial wellbeing) โดยรวม โดยความกังวลหลัก 3 อันดับ คือ
- ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในแต่ละวัน (71%)
- ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น (43%)
- ความเสี่ยงจากการตกงานหรือรายได้ลดลงแบบไม่คาดคิด (37%)
ส่งผลให้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางการเงินในช่วงเวลา 2-3 ปีข้างหน้า โดยที่เกือบครึ่งของผลสำรวจ (44%) ต้องการสร้างหลักประกันพื้นฐานให้กับครอบครัว และหนึ่งในสาม (37%) ตั้งเป้าหมายสู่การมีอิสระทางการเงิน
ลี เยน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานช่องทางการจัดจำหน่ายและผลิตภัณฑ์ เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป กล่าวว่า ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่ากลุ่มชนชั้นกลางในเอเชียทุกเจเนอเรชันมีความรู้สึกเปราะบางทางการเงินร่วมกัน เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นและโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป ความสามารถในการรับมือทางการเงินเพื่อปกป้องคนที่รัก และเปลี่ยนเงินออมให้เป็นรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ผลสำรวจชี้ให้เห็นแรงกดดันที่แตกต่างกันในแต่ละเจเนอเรชัน
เจเนอเรชัน X (พ.ศ. 2508 – 2523) เป็นกลุ่มที่เผชิญความท้าทายในการบริหารสมดุลทางการเงินมากที่สุด ทั้งค่าเล่าเรียนบุตร การผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการเตรียมตัวเกษียณ โดยที่ 62% กังวลว่าเงินออมจะโตไม่ทันภาวะเงินเฟ้อ อีก 52% ระบุว่าความต้องการสูงสุดคือการมีรายได้ที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุหลังเกษียณ
เจเนอเรชัน Y (พ.ศ. 2524 – 2538) เป็นกลุ่มที่ต้องบริหารจัดการภาระทางการเงินหลายด้าน 49% กังวลเรื่องเงินออมเพื่อการเกษียณของตนเอง และส่วนใหญ่ (85%) ยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่และบุตรหลาน แม้ว่าเกือบครึ่ง (47%) กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มครองคนในครอบครัวได้หลายคนในแผนเดียว แต่กว่า 61% ระบุว่าไม่เคยทราบถึงผลิตภัณฑ์แผนประกันชีวิตที่คุ้มครองสมาชิกทั้งครอบครัว
เจเนอเรชัน Z (พ.ศ. 2539 – 2553) เป็นกลุ่มที่เริ่มเผชิญแรงกดดันทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53% กังวลว่าจะประสบปัญหาทางการเงินในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ขณะที่อีก 46% มีมุมมองว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตยังเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB