เงินบาท หลังสงกรานต์ เปิดเช้านี้ ที่ 32.04 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น
เงินบาท หลังสงกรานต์ แข็งค่าขึ้น เปิดเช้านี้ ที่ 32.04 บาท/ดอลลาร์ นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะจัดขึ้นที่ปากีสถานในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อก่อนวันหยุดสงกรานต์ ที่ระดับ 32.17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดลดความกังวลจากแนวโน้มที่ดีขึ้นของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยตัวเลขเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมสหรัฐฯ ปรับตัวลง 3.0 จุด สู่ระดับ 95.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2568
ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนมี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน โดย Core PPI ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะจัดขึ้นที่ปากีสถานในช่วงปลายสัปดาห์นี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,907 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 11,700 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 31.95-32.30 แนะนำ ซื้อที่ 31.95/ขาย 32.30
- EUR/THB 37.50-37.90 แนะนำ ซื้อที่ 37.50 /ขาย 37.90
- JPY/THB 0.2000- 0.2050 แนะนำ ซื้อที่ 0.2000/ขาย 0.2050
ด้าน Krungthai Global Markets นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.04 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.14 บาทต่อดอลลาร์ (ระดับปิด ณ วันศุกร์ 10 เมษายน)
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.92-32.42 บาทต่อดอลลาร์) ตามกระแสข่าวของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะในช่วงวันจันทร์ที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันหยุดของตลาดการเงินไทย เงินบาทได้อ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ที่กรุง Islamabad ประเทศปากีสถาน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ประสบความล้มเหลว ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากขึ้น กดดันบรรยากาศในตลาดการเงิน
อย่างไรก็ดี ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างยังพอมีความหวังอยู่บ้าง ว่าการเจรจาหยุดยิงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ ตามถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า การเจรจารอบ 2 อาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แม้ว่าโดยรวมสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง หลังสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ในพื้นที่ช่องแคบ Hormuz อีกทั้งทางการสหรัฐฯ ยังได้เตรียมกลับมาคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่านอีกครั้ง หลังจะครบกำหนดยกเว้นมาตรการคว่ำบาตร 30 วัน ต่อน้ำมันอิหร่าน ในวันที่ 19 เมษายน นี้ ซึ่งทางการอิหร่านได้ออกมาระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาหยุดยิงได้ และทางการอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบ Bab El-Mandeb ในพื้นที่ทะเลแดง (ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่ม Houthi ที่เป็นพันมิตรกับอิหร่าน)
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แถวโซน 4.27% หลังผู้เล่นในตลาดต่างยังคงระมัดระวังต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และประเมินว่า FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ราว 41% โดยเรามองว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะยังคงมีลักษณะ Two-Way (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ขึ้นกับแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED โดยหากสถานการณ์เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อกว่าคาด บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) รวมถึงดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยในช่วงนี้ ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2 อาจช่วยหนุนให้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีลักษณะ ค่อยเป็น ค่อยไป
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.85-32.15 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB