เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.06 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย"
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.06 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง" ตลาดรับรู้แนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.06 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง" จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways แถวโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.96-32.07 บาทต่อดอลลาร์) หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะ แนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากกระแสข่าวว่า ทางการอิสราเอลกับเลบานอน ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างยังคงมีความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางจะไม่ได้ทวีความรุนแรงและลุกลามบานปลาย กลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค ก่อนที่จะทยอยคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาสที่ 2
บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้อานิสงส์จากความหวังรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ บรรดาหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI/Semiconductor สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor อาทิ AMD +7.8%, Microsoft +2.2% ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.26% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.36%
ตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สู่โซน 4.31% ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างยังคงระมัดระวังต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และประเมินว่า FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ราว 38% (ลดลงเล็กน้อยจาก 41% ในช่วงเดียวกันของวันก่อนหน้า) โดยเรามองว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะยังคงมีลักษณะ Two-Way (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ขึ้นกับแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ในกรอบ Sideways แม้จะถูกกดดันบ้างจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวังตัวของผู้เล่นในตลาด ทว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่พยุงไม่ให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 98.2 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.1-98.3 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กอปรกับภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ย่อตัวลงบ้าง แต่ยังคงสามารถเคลื่อนไหวแถวโซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก อาทิ FED, BOE และ ECB ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลักดังกล่าว โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า ECB มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน BOE อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 1-2 ครั้ง ขณะที่ FED อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยราว 1 ครั้ง ในปีนี้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยในช่วงนี้ ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2 อาจช่วยหนุนให้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีลักษณะ ค่อยเป็น ค่อยไป เนื่องจากผู้เล่นในตลาดจะยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนนัก
โดยหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ จะมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 31.75-31.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเราประเมินว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้นำเข้า อาจรอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ตามโซนแนวรับดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ในช่วง 1-2 สัปดาห์ ข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงการจ่ายปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะสามารถช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ (จากงานวิจัยและบทวิเคราะห์ที่เราค้นคว้ามา พบว่า โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติจะส่งผลกระทบต่อเงินบาทมากที่สุดในช่วง +/-5 วัน จากสัปดาห์ที่มีการจ่ายเงินปันผล และยอดการจ่ายเงินปันผลราว 1 แสนล้านบาท อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ราว 1%-4%)
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงมากขึ้นและเสี่ยงยืดเยื้อ เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างรวดเร็ว คล้ายกับที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านแรกแถวโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านถัดไปในช่วง 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงขึ้น ในช่วงสัปดาห์การจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติ เราประเมินว่า มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่ากลับไปทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.85-32.15 บาท/ดอลลาร์"
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากดอลลาร์อ่อนค่าลงติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือกันผ่านทางปากีสถานเพื่อจัดการเจรจารอบที่สอง เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 7 สัปดาห์ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 8 เม.ย.กำลังจะหมดอายุในวันที่ 21 เม.ย. นี้ ซึ่งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง หรือสงครามยุติลง ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 207,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 217,000 ราย ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าภาวะตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงมีเสถียรภาพ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,190 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,020 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 31.90-32.30 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.90/ขาย 32.30
- EUR/THB 37.50-37.90 แนะนำ ซื้อที่ 37.50 /ขาย 37.90
- JPY/THB 0.2000-0.2050 แนะนำ ซื้อที่ 0.2000/ขาย 0.2050
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB