เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.01 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.01 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” เสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ทดสอบโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.98-32.11 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
และหนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง ท่ามกลางความหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบที่ 2 ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ทว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงนั้น ทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทั้งพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงและรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ได้ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่อรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ บรรดาหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI/Semiconductor ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.24% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ย่อตัวลง -0.26% อย่างไรก็ดี ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจช่วยพลิกฟื้นบรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สะท้อนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาสัญญาณฟิวเจอร์สของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่โซน 4.25% หลังผู้เล่นในตลาดยังพอมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าโดยรวมสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยภาพดังกล่าวได้สะท้อนผ่าน มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ราว 56% อนึ่ง เราคงมุมมองเดิมว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะยังคงมีลักษณะ Two-Way (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ขึ้นกับแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Down สอดคล้องกับการทยอยย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดยังพอมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่พยุงไม่ให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงบ้าง สู่โซน 98.1 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.0-98.3 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ทว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังคงถูกจำกัด จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองมากนัก
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมีนาคม ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP และ คาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 โดย FED สาขา Atlanta (GDPNow) นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การพิจารณาประธาน FED คนใหม่ โดยคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Banking Committee) ที่มีกำหนดการในวันที่ 21 เมษายน นี้ เวลาราว 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (EST) ซึ่งจะตรงกับช่วงราว 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยในช่วงนี้ ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2 อาจช่วยหนุนให้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีลักษณะ ค่อยเป็น ค่อยไป เนื่องจากผู้เล่นในตลาดจะยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนนัก จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง ทำให้เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways แถวโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ จะมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 31.75-31.85 บาทต่อดอลลาร์
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่า จะอยู่ที่ระดับ 31.85-32.15 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.03 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.10 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว Sideways ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากท่าทีของทางการอิหร่านที่กลับมาปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลในพื้นที่ดังกล่าว ในขณะที่ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ขู่ว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะโจมตีทุกโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังคงไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทั้งนี้ในฝั่งสื่อในอิหร่านแสดงให้เห็นว่าเตหะรานไม่ได้มีความมุ่งมั่นต่อการเจรจาใดๆ ในขณะนี้.
ตลาดรอดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯอาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนเมษายนซึ่งจะสะท้อนผลกระทบของสถานการณ์สงครามต่อเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐต่อไป.
ในส่วนของเงินบาทคงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ รวมถึงการปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติอาจจะกลับมากดดันเงินบาทให้กลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าลงได้
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.90-32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 31.90 -32.20 แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 31.90
- EUR/THB 37.50-37.90 แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 37.50
- JPY/THB 0.2000-0.2040 แนะนำ ทยอยขายที่ 0.2040
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB