เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”
เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” เงินบาทยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”
จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.03-32.32 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2
ขณะเดียวกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล้วนออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม ขยายตัว +1.7%m/m (ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันสูงขึ้นพอควร แต่หากพิจารณา Retail Sales Control Group ที่ไม่รวมหมวดที่ผันผวนสูง เช่น ยานยนต์ ยอดขายน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ยังขยายตัวถึง +0.7%m/m ดีกว่าคาด)
และที่สำคัญ ว่าที่ประธาน FED Kevin Warsh ยังได้ย้ำจุดยืนดำเนินนโยบายการเงินอย่างเป็นกลาง ปราศจากแรงกดดันทางการเมือง (ย้ำว่า ไม่มีใบสั่งลดดอกเบี้ยจากประธานาธิบดี Donald Trump) และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินให้ FED บรรลุเป้าหมายเสถียรภาพราคา (คุมเงินเฟ้อ) หลัง FED ล้มเหลวในเป้าหมายดังกล่าวตั้งแต่ช่วงวิกฤต COVID-19 ในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา (Senate Banking Committee) เพื่อรับฟังวิสัยทัศน์ ก่อนให้การรับรองการดำรงตำแหน่งประธาน FED
โดยภาพดังกล่าว ทำให้ ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED โดยประเมินว่า FED มีโอกาสราว 36% ในการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ จากก่อนหน้าตลาดเคยให้โอกาสราว 50%-60% ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้น (เช่นเดียวกัน กับราคาน้ำมันดิบที่ได้อานิสงส์จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง) กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาท
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ บรรดาหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI/Semiconductor ทำให้โดยรวมการปรับตัวของบรรดาหุ้นเทคฯ มีลักษณะผสมผสาน อาทิ Microsoft +1.5% ขณะที่ Apple -2.5% ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.63% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -0.59%
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการทยอยปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED จากความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กอปรกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่างออกมาดีกว่าคาด ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้น สู่โซน 98.3 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.1-98.6 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงของบรรดาธนาคารกลางหลัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้กลับมากดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ย่อตัวลงสู่โซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะพอได้แรงหนุนบ้างและรีบาวด์สูงขึ้นสู่โซน 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางภาวะระมัดระวังตัวของผู้เล่นในตลาด
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันดิบ WTI ได้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้
โดยในช่วงนี้ หากเริ่มมีสัญญาณของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2 อาจช่วยหนุนให้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง (อาจเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์) แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีลักษณะ ค่อยเป็น ค่อยไป
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านมากขึ้น (เน้นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและสะพาน) อาจทำให้อิหร่านมีการตอบโต้กลับที่รุนแรง (รวมถึงอาจมีการปิดช่องแคบ Bab El-Mandeb จากฝั่ง Houthi ที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน) กดดันให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงหนัก ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่จะมาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นแรงของราคาน้ำมันดิบและการปรับตัวลงหนักอีกครั้งของราคาทองคำ
โดยเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านแรกแถวโซน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ จนไปทดสอบแนวต้านถัดไปในช่วง 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ซึ่งหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงขึ้น ในช่วงสัปดาห์การจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติที่จะเริ่มมีนัยสำคัญต่อเงินบาทในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นพฤษภาคม (โฟลว์ธุรกรรมมจ่ายเงินปันผลอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ราว 1%-4%) เราประเมินว่า มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่ากลับไปทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านดังกล่าวได้
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.35 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.18 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.08 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ก่อนถึงกำหนดเส้นตายหยุดยิงในช่วงเย็นวันพุธที่ 22 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐ แต่สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากอิหร่านยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพในครั้งนี้หรือไม่ ขณะที่อัตตาอุลลาห์ ทาราร์ รัฐมนตรีสารสนเทศของปากีสถาน กล่าวว่า ปากีสถานยังคงรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่านเกี่ยวกับคณะผู้แทนที่จะเดินทางเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพที่กรุงอิสลามาบัด
นักลงทุนจับตาการรับรองตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ของเควิน วอร์ช ซึ่งเขาได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่าไม่เคยให้คำมั่นสัญญาใด ๆ กับปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับกล่าวว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากทำเนียบขาว อย่างไรก็ตามการที่ทรัมป์ลั่นวาจาว่าจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. นี้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้
ค่าเงินบาทยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ ๆ รอดูปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิง ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 22 เม.ย.นี้
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 32.05 - 32.30 แนะนำ ซื้อ 32.05 / ขาย 32.30
EUR/THB 37.55 - 38.05 แนะนำ ซื้อ 37.55 / ขาย 38.05
JPY/THB 0.1995 - 0.2035 แนะนำ ซื้อ 0.1995 / ขาย 0.2035
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB