ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.28 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.28 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ทดสอบโซนแนวต้าน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.16-32.34 บาทต่อดอลลาร์) หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นทดสอบโซน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี แม้ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ จากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด หนุนให้เงินดอลลาร์สามารถปรับตัวแข็งค่าขึ้นกว่าบรรดาสกุลเงินหลัก
ขณะเดียวกัน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง (ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เหลือ โอกาส 26% ในการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้) ได้กดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวลดลง สู่โซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทด้วยเช่นกัน
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นทดสอบโซน 4.34% อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่หนุนให้ ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง และยังคงทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดโอกาสการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งของ FED ในปีนี้ เหลือราว 26% โดยการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สอดคล้องกับมุมมองของเราว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะยังคงมีลักษณะ Two-Way (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ขึ้นกับแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่จะกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ทำให้ ความผันผวนของตลาดบอนด์ยังสูงอยู่
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการทยอยปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กอปรกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นกว่าบรรดาตลาดหุ้นอื่นๆ สร้างแรงกดดันต่อบรรดาสกุลเงินหลัก ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้น สู่โซน 98.6 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.2-98.7 จุด) ใน
ส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ทยอยปรับตัวลดลง ก่อนที่จะรีบาวด์สูงขึ้นบ้างสู่โซน 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนเมษายน ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษ ที่จะสะท้อนผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้
และในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า ยังคงต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในฝั่งหุ้นไทย ที่ยังมีทิศทางไม่แน่นอน จนกว่าตลาดจะรับรู้รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน หรือเริ่มมีมุมมองต่อแนวโน้มผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ชัดเจนขึ้น ส่วนฝั่งบอนด์ไทยนั้น เรามองว่า นักลงทุนต่างชาติอาจรอทยอยเข้าซื้อบอนด์ไทยได้ หลังความเสี่ยงที่ไทยจะเผชิญการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลดลงไปบ้าง จากการปรับ Outlook เป็น Stable จากทาง Moody’s ล่าสุด
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.10-32.45 บาท/ดอลลาร์"
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.27 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.18 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากที่นักลงทุนพากันคาดการณ์ว่าธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่งของโลก ซึ่งรวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รอบที่ 2
ราคาทองคำปรับตัวลดลงไปแล้วประมาณ 11% นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.10-32.40 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.10/ขาย 32.40
- EUR/THB 37.50-38.00 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 37.50/ขาย 38.00
- JPY/THB 0.2000 - 0.2050 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 0.2000/ขาย 0.2050
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB