ดึง ’รถพุ่มพวง‘ กว่า 10,000 คัน เข้าไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ
ดึง ’รถพุ่มพวง‘ กว่า 10,000 คัน เข้าไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ กระจายสินค้า ราคาถูก ถึงมือประชาชน กระจายทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วยการเปิดโครงการไทยช่วยไทย
เป็นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน
บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในรับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ทันทีที่ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดงาน ก็ได้ขับรถพ่วงสามล้อที่ดัดแปลงมาเป็นรถพุ่งพวง พร้อมด้วยนางศุภจี รอบตึกสันติไมตรี ก่อนจะขับรถสามล้อไปยังหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะสวมบทบาทเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวงขายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา
ภายหลังผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง นายกรัฐมนตรี ตอบว่ารถพุ่มพวงมีขายทุกอย่างทั้งแตงกวา แตงไทย ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ก่อนที่นางศุภจี จะพูดเสริมว่า ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันซื้อ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่ารถพุ่มพวงนี้จะตระเวนขับขายไปตามหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ของแต่ละผู้ประกอบการและสินค้า อย่างพวกเครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว ซอสต่าง ๆ ที่แกะสลากออกเพื่อลดราคาค่าการตลาด แต่คุณภาพข้างในก็คือซอสแบรนด์ปกติ แม้กระทั่งน้ำปลาก็รสชาติและคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่มีรถคุณภาพของส่วนผสม
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนประชาชนคนไทย ให้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทย ว่า นี่เป็นของถูก กว่าราคาตลาดทั่วไปอยู่แล้ว หากประชาชนเห็นการออกร้านขายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ให้รับรู้เลยว่านี่เป็นสินค้าที่มาหาซื้อได้ในราคาที่ถูกต่ำกว่าตลาดและห้างสรรพสินค้า เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการต่างๆ ซื้อแบบไม่ต้องเกรงใจ ตามความสามารถที่มี ซึ่งเป็นสินค้าราคาที่ต่ำลงแต่คุณภาพมาตรฐานรสชาติส่วนผสมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
ด้านนางศุภจี กล่าวเสริมต่อว่า นี่เป็นการต่อยอด จากที่กรมการปกครอง ที่นำสินค้าเหล่านี้ไปวางกระจายทั่วทุกอำเภอ ไปตามชุมชนต่างๆ ที่ห่างไกล และสินค้าราคาถูกกว่าตลาดเป็นความตั้งใจ เป็นราคาที่ประหยัดส่งถึงคนไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่ร่วมกับกรมการปกครอง ที่ร่วมกันลงทะเบียนก่อนหน้านี้
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเสริมว่า สินค้าเหล่านี้เริ่มแรกเราส่งให้ผู้ประกอบการนำไปขายเพื่อเอารายได้มาซื้อของเติม ใส่ในรถพุ่มพวงโดยมีรัฐบาลช่วย และยังมีช่วยเรื่องบัตรเติมน้ำมัน
หากประชาชนอยากให้โครงการนี้มีต่อไปแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้นจะสามารถทำได้หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่าสามารถทำต่อไปได้ เพราะเรามีความตั้งใจจะเอาสินค้า อุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการรายเล็ก เอามาร่วมในโครงการนี้ และตั้งใจจะทำต่อในระยะยาวอยู่แล้ว
ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรียังหยิบคะน้า และซอสปรุงรส เครื่องปรุงต่าง ๆ ขึ้นมา บอกว่านี่ถ้ามีพริกสามารถหั่น และผัดได้เลย ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อนี้ก็สามารถนำมาทำเป็นเมนูผัดแห้งได้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี จะกลับมาที่ตึกสันติไมตรี เพื่อดูสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยจากแบรนด์ต่างๆ
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน
โดยรัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน
สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศ รวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB