เกาหลีใต้เสนอ “ปันผลระดับชาติ” นำภาษีส่วนเกินจากกำไรธุรกิจ AI มาแจกประชาชน
หัวหน้าฝ่ายนโยบายเกาหลีใต้เสนอโครงการ “เงินปันผลระดับชาติ” เอาภาษีส่วนเกินจากกำไรของภาคธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาแจกจ่ายประชาชน
ที่ปรึกษาด้านนโยบายระดับสูงของเกาหลีใต้กล่าวว่า รัฐบาลควรจ่าย “เงินปันผล” ให้แก่ประชาชน โดยใช้ภาษีส่วนเกินจากกำไรธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์
นี่เป็นแรงกดดันต่อผู้ผลิตชิปที่ร่ำรวยเพราะ AI อย่าง “ซัมซุง” (Samsung Electronics) และ SK Hynix Inc.
ซัมซุง ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้และครองตลาดชิปในระดับโลก รายงานผลกำไรเพิ่มขึ้น 755% ในไตรมาสล่าสุด ขณะที่มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 32 ล้านล้านบาท) หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา
ผลกำไรมหาศาลของซัมซุงและบริษัทเกาหลีอื่น ๆ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการกระจายความมั่งคั่ง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา คิม ยง-บอม หัวหน้าฝ่ายนโยบายของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เสนอว่า รัฐบาลควรจ่าย “เงินปันผล” ให้แก่ประชาชนโดยใช้ภาษีจากรายได้จาก AI
คิม ยง-บอม ระบุว่า “หากตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของเกาหลีในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI สร้างความเฟื่องฟูเชิงโครงสร้างที่นำไปสู่รายได้ภาษีส่วนเกินที่สูงเป็นประวัติการณ์ วิธีการใช้เงินนั้นไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของทางเลือก แต่เป็นเรื่องของการออกแบบนโยบาย”
เขาเสริมว่า “ผลประโยชน์จากยุคโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ได้เป็นผลมาจากบริษัทเฉพาะเจาะจงเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น บริษัทเหล่านี้สร้างขึ้นบนรากฐานอุตสาหกรรมที่สะสมมาโดยคนทั้งประเทศตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ถ้าเช่นนั้น ผลประโยชน์เหล่านั้นส่วนหนึ่งควรถูกส่งคืนให้กับประชาชนทุกคนอย่างเป็นระบบ”
คิมเรียกสิ่งนี้ว่า “เงินปันผลระดับชาติ” (National Dividend) โดยไม่ได้เอ่ยถึงบริษัทใดโดยเฉพาะ แต่เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าหมายถึง Samsung Electronics และ SK hynix สองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ทำกำไรจากการดำเนินงานได้มหาศาลในไตรมาสแรก
ความคิดเห็นของเขาที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก ทำให้ดัชนี Kospi ร่วงลงมากถึง 5.1% ขณะที่หุ้นของ Samsung ร่วงลง 2.3% และ SK Hynix ร่วงลง 2.4%
ต่อมาที่ปรึกษาระบุว่า เขาต้องการใช้ประโยชน์จากรายได้ภาษีส่วนเกินที่เกิดจากความเฟื่องฟูของ AI มากกว่าที่จะเก็บภาษีเพิ่มเติมจากกำไรของบริษัท
คาดการณ์ว่า Samsung จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 330 ล้านล้านวอน (ราว 7.1 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้แซงหน้า Apple และ Alphabet ขึ้นไปอยู่อันดับสองรองจาก Nvidia ในกลุ่มบริษัทที่มีกำไรมากที่สุดในโลก จึงคาดว่าความกดดันต่อบริษัทและรัฐบาลในการแบ่งปันผลกำไรที่ได้มาใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
หลังจากปิดตลาดในวันที่ 12 พ.ค. ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า ข้อเสนอของคิมเป็น “ความคิดเห็นส่วนตัว” และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหารือภายในสำนักงานประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ความกังวลกำลังเพิ่มขึ้นในหมู่นักธุรกิจในประเทศ ซึ่งเกรงว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของการกดดันให้แบ่งปันผลกำไรกับประชาชนทั่วไป แม้ว่าจะอิงจากรายได้ภาษีส่วนเกินก็ตาม
เจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรม AI รายหนึ่งกล่าวว่า “ถึงแม้เขาจะตั้งสมมติฐานว่ามาจากรายได้ภาษีส่วนเกิน แต่รายได้ดังกล่าวสามารถสร้างขึ้นได้เสมอโดยการขึ้นภาษี ในท้ายที่สุดแล้ว แนวคิดหลักดูไม่แตกต่างจากข้อโต้แย้งที่เกินจริงซึ่งมักพบเห็นได้ในชุมชนออนไลน์ที่เรียกร้องให้แบ่งปันผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทด้วยความอิจฉา”
เขาเสริมว่า “หลักการพื้นฐานคือ กำไรของบริษัทควรได้รับการแบ่งปัน เพราะบริษัทเหล่านั้นสร้างสิ่งปลูกสร้างบนโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับเงินทุนจากผู้เสียภาษี แต่ถ้าใช้หลักการนั้น บริษัททุกแห่งก็จะถือว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะไม่ใช่หรือ?”
ด้านเจ้าหน้าที่ในภาคอุตสาหกรรม AI อีกคนหนึ่งกล่าวว่า การนำกำไรของบริษัทมาเป็นเป้าหมายในการกระจายรายได้สู่สังคม อาจบั่นทอนการตัดสินใจลงทุนและการบริหารจัดการที่เป็นอิสระของบริษัท
“กำไรส่วนเกินไม่ใช่แหล่งรายได้สำหรับการกระจายในระยะสั้น แต่เป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ผ่านการวิจัยและพัฒนา การลงทุนในโรงงาน และการสร้างงาน” เจ้าหน้าที่กล่าว
เขาเสริมว่า “หากสัญญาณนโยบายบางอย่างนำไปสู่การตัดสินใจของบริษัทที่เน้นการบริหารจัดการที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้นและลดการลงทุนลง ในที่สุดมันจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมและศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของประเทศอ่อนแอลง”
ข้อเสนอของคิมในการนำรายได้ภาษีส่วนเกินมาปันผลให้แก่ประชาชนแทนที่จะนำไปใช้ลดหนี้สาธารณะนั้น สอดคล้องกับคำเรียกร้องของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ที่ต้องการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศผ่านนโยบายการคลังแบบขยายตัวมากกว่าการรัดเข็มขัด
ด้านพรรคฝ่ายค้านโจมตีข้อเสนอของคิม โดยโต้แย้งว่า บทบาทของรัฐบาลไม่ใช่การแจกจ่ายกำไรของบริษัท แต่เป็นการบริหารจัดการการเงินสาธารณะอย่างเหมาะสมโดยใช้รายได้จากภาษี
พัค ซู-ยอง สส.พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ระบุว่า “ถ้าประชาชนต้องการเงินปันผล พวกเขาสามารถเป็นผู้ถือหุ้นได้ ใคร ๆ ก็สามารถซื้อหุ้นในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI และเซมิคอนดักเตอร์ รับผลตอบแทนตามผลประกอบการของบริษัท และรับเงินปันผล ทำไมบริษัทต่าง ๆ ต้องแจกจ่ายกำไรให้กับสิ่งที่เรียกว่า ‘โครงการแจกจ่ายกำไร’ ของรัฐบาล ให้กับคนที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นด้วยซ้ำ?”
ส่วน อี จุน-ซอก สส.พรรคปฏิรูป บอกว่า “หากมีการสร้างรายได้จากภาษีเพิ่มเติม ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบและนำไปใช้ชำระหนี้ของประเทศ มากกว่านำไปใช้ซื้อเสียง”
เรียบเรียงจาก Bloomberg / Korea Times
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB