ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย"
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย" จับตา เจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ช่วง 24 ชั่วโมง คาด กรอบที่ 32.40-32.60 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย ทะลุโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.45-32.54 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางท่าทีระมัดระวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
ซึ่งภาพดังกล่าว ได้หนุนให้ เงินดอลลาร์ทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง (หลังจากทยอยอ่อนค่าลง นับตั้งแต่ผู้เล่นในตลาดรับรู้กระแสข่าวการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีพัฒนาการดีขึ้น จากการเจรจารอบก่อนหน้า) โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ส่วนราคาทองคำ (XAUUSD) ได้ย่อตัวลงบ้างสู่โซน 4,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้วยเช่นกัน หลังผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน จนกว่าจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นของการเจรจาหยุดยิง โดยเฉพาะในประเด็นการเปิดช่องแคบ Hormuz
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 4.50% ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดได้ปรับลดความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง ทว่าสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงท่าทีระมัดระวังตัว ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวลดลงต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง แม้ว่าผู้เล่นในตลาดยังคงมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ความไม่แน่นอนสูงของสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครองอย่างมีนัยสำคัญ จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่โซน 99.1 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.9 -99.1 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนสูงของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กอปรกับจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของ เงินดอลลาร์ ได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ไว้แถวโซน 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะย่อตัวลงบ้าง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจต้องการรอลุ้น การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ให้มีความชัดเจน ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองอย่างมีนัยสำคัญต่อไป กอปรกับ ในช่วงวันนี้ ตลาดยังขาดการรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลฝั่งสหรัฐฯ ที่มักจะขับเคลื่อนให้ตลาดการเงินเคลื่อนไหวผันผวนสูง ทำให้ การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจมีลักษณะ Sideways แถวโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทอาจมีกรอบการเคลื่อนไหวในระหว่างวันราว 20-30 สตางค์
ทั้งนี้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ในกรณีที่ การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีความชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นการเปิดช่องแคบ Hormuz ที่ผู้เล่นในตลาดต่างจับตาว่า เมื่อไหร่ (Timing) ที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงในการเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ในทางกลับกัน หากการเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ ล้มเหลว เรากังวลว่า ผู้เล่นในตลาดจะกลับมาระมัดระวังมากขึ้น ว่า สถานการณ์เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น สหรัฐฯ กับอิสราเอล อาจดำเนินการโจมตีใส่เป้าหมายของอิหร่านเพิ่มเติม เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงการหยุดยิง หรือเร่งให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
เรามองว่า เงินบาทจะเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านแรกแถว 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.00 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการพุ่งขึ้นแรงของราคาน้ำมันดิบ ที่อาจนำไปสู่ความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED ซึ่งในขณะเดียวกัน อาจเห็นการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พร้อมกับการปรับตัวลงอีกครั้งของราคาทองคำ (ราคาทองคำ XAUUSD เสี่ยงปรับตัวลดทดสอบโซน 4,300-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง)
เราขอเน้นย้ำว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท (รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ) จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง และแม้ว่า เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง
แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.60 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.53 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.48 บาท/ดอลลาร์
ตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินของสหรัฐฯ ปิดทำการเมื่อวันจันทร์ เนื่องในวัน Memorial Day
เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ (25 พ.ค.) ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี ซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ชาติอาหรับ ซึ่งรวมถึงอิหร่าน ให้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงอับราฮัม ซึ่งเป็นข้อตกลงในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ซึ่งจะสร้างความเป็นเอกภาพและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนเม.ย.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. รายงานจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Prelim) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.40 - 32.70 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.40/ขาย 32.70
- EUR/THB 37.50 - 38.00 แนะนำ ซื้อ 37.50 /ขาย 38.00
- JPY/THB 0.2020 - 0.2070 แนะนำ ซื้อ 0.2020 / ขาย 0.2070
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB