ธปท.คุมค่าธรรมเนียม กระทบกำไรแบงก์ 1.5-2% จ่อออกกฎเข้ม "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" ทำหนี้เสียพุ่ง
ธปท. ยันสั่งหั่นค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์กระทบกำไรไม่มากก แต่คนได้ประโยชน์ แง้มเตรียมออกกฎคุมเข้มกลุ่ม "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" หลังวัยรุ่นทำหนี้เสียพุ่ง ส่วน Virtual Bank มั่นใจเกณฑ์คุมเท่าแบงก์จริง ไม่ทำหนี้ครัวเรือนพุ่ง
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณี ธปท.ออกประกาศปรับปรุงค่าธรรมเนียมธนาคารหลายรายการ อาทิ การขอ e-statement ฟรี , ค่าธรรมเนียมรายปีบัตร ATM ไม่เกิน 150 บาท บัตรเดบิตไม่เกิน 200 บาท รวมถึงห้ามเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และตู้ เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. - ต.ค. 2569 จะทำให้กำไรของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบลดลง 5,000 ล้านบาทคิดเป็น 1.5-2% จากกำไรทั้งหมดในปีที่ผ่านมา 2.8 แสนล้านบาท
คุม “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” กำหนดอายุ-มูลค่าขั้นต่ำ
นอกจากนี้ ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแล Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ผ่านการใช้กฎหมายในกำกับของ ธปท. 4 ฉบับภายในสิ้นปีนี้ โดยจะกำหนดกติกาคุ้มครองผู้ใช้บริการ เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ กำหนดประเภทสินค้า มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ และกำหนดเพดานดอกเบี้ยสูงสุด เป็นต้น
เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยหลังจากพบว่าบัญชี BNPL เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 99.9% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อ BNPL ขยายตัว 38% ต่อปี หรือประมาณ 18,000 ล้านบาท และส่วนใหญ่พบว่าอยู่ในกลุ่มคนเริ่มทำงาน ช่วงอายุ 20-35 ปี ถึง 52.7% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้เสียสูงสุดถึง 27%
สำหรับการกำกับดูแล BNPL ธปท. จะเข้าไปควบคุม ทั้งวงเงินที่ปล่อยให้ผู้ใช้บริการและอัตราดอกเบี้ย จากที่ก่อนหน้านี้ ธปท. ไม่เคยเข้าไปกำกับดูแลเลย อย่างไรก็ตามจะกำกับเฉพาะการให้สินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์เท่านั้น ไม่รวมถึงการผ่อนชำระกับบริษัทผู้ผลิตสินค้าโดยตรง โดยคาดว่าจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนภายในเดือน ต.ค. - พ.ย. 2569
เพิ่มเกณฑ์สกัดฟอกเงิน “ฝากเงิน” เกิน 5 ล้าน ต้องแจ้งแหล่งที่มา
นายวิทัย กล่าวอีกว่า ธปท.จะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมไม่พึงประสงค์ โดยจะมีการกำกับดูแลให้การฝากเงินสดและการแลกเงินสดที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000,000 บาท จะต้องแจ้งแหล่งที่มาของเงินสดและวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรมด้วย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเติมจากมาตรการก่อนหน้านี้ที่ ธปท. ได้ออกมาในการกำหนดให้การถอนเงินสดมูลค่ามากกว่า 5,000,000 บาท ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการถอนเงิน
ส่วนผลของมาตรการที่ควบคุมล่าสุด พบว่าการถอนเงินที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000,000 บาท ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญในเดือน เม.ย. โดยจำนวนรายการการถอนเงินลดลงถึง 28% ขณะที่มูลค่าของการถอนลดลง 25% โดยขั้นตอนต่อไปจะให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมที่ผิดปกติให้เข้มงวดขึ้น ที่จะมีการตรวจสอบการปฏิบัติของสถาบันการเงินอย่างจริงจังเพื่อลดความเสี่ยงการทำธุรกรรมเงินสดที่ไม่พึงประสงค์
คาดครึ่งปีหลัง คนเข้าร่วม “ปิดหนี้ไวไปต่อได้” เพิ่มอีก 2 แสนบัญชี
นายวิทัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของมาตรการช่วยพยุงเศรษฐกิจที่ ธปท. ได้ออกไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ โครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ มีลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 102,277 บัญชี โดยประเมินว่าในครึ่งปีหลังจะมีลูกหนี้เข้าร่วมโครงการที่ปรับโครงสร้างหนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บัญชี
ส่วน SME Credit Boost ความคืบหน้าล่าสุดมียอดอนุมัติปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 5,400 ล้านบาท และประเมินว่า ภายในปี 2569 จะมีการปล่อยสินเชื่อรวมภายใต้โครงการดังกล่าวประมาณ 40,000 ล้านบาท
คนได้ประโยชน์จาก Virtual Bank มากกว่าทำหนี้เสียครัวเรือนพุ่ง
นายวิทัย ยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่บางหน่วยงานกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกิจของธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ที่จะทำให้เกิดหนี้เสียในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นด้วยว่า สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อของ Virtual Bank จะอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับสัดส่วนของสินเชื่อหนี้ครัวเรือนทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 16 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับโดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ได้ และต้องหันไปใช้สินเชื่อนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง
ดังนั้น ประเด็นนี้จึงยืนยันว่าไม่น่ากังวลแต่ ธปท. ก็ยอมรับทุกความห่วงใยและจะติดตามผลการดำเนินงานของ Virtual Bank อย่างใกล้ชิด พร้อมกับยืนยันว่าการกำกับดูแลการทำธุรกิจ Virtual Bank จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจอยู่แล้วในขณะนี้ไม่ได้มีความเข้มงวดแตกต่างกัน แต่จะมีการดูแลเป็นพิเศษในเฉพาะบางรายการเท่านั้น
ส่วนการดำเนินของ Virtual Bank ที่ได้รับอนุญาตจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่สามารถยืนยันได้ แต่จากการศึกษาผลการดำเนินงานของต่างประเทศก็พบว่ามีบางบริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่บางบริษัทก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจและติดตามผลการดำเนินงานต่อไป
ขณะที่กรณี Virtual Bank ในนามของกลุ่มซีพี ที่ดำเนินการผ่าน บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ที่มีปัญหากับทางผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติให้โอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินเข้ามาอยู่ภายใต้ Virtual Bank นั้น จะต้องรอดูว่าทางกลุ่มซีพี จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป ซึ่งสามารถทำได้หลายแนวทาง เช่น การลดสัดส่วนในบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเงินลงเพื่อไม่ให้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือ อาจจะยกเลิกกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเงินนั้น แต่ถ้ากลุ่มซีพี ระบุว่า ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทาง ธปท. จะต้องทำความเห็นเสนอไปยังกระทรวงการคลังว่าจะสามารถให้ใบอนุญาต Virtual Bank กับกลุ่มซีพีได้หรือไม่ เพราะหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้กำหนดมาตั้งแต่เริ่มต้น อย่างไรก็ตามทางกลุ่มซีพียังมีเวลาหนึ่งปีในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงความกังวลว่าการเข้ามามีบทบาทของ Ai จะส่งผลต่อการจ้างงานพนักงานธนาคารลดลงหรือไม่ โดยนายวิทัย ยืนยันว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่น่ากังวลสำหรับประเทศไทย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากในต่างประเทศที่ Ai เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระยะกลางและระยะยาวของการทำงาน โดยการปรับลดพนักงานของธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็ตามยอมรับว่าในอนาคตที่ Ai จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก็อาจจะกระทบต่อการจ้างงานของประเทศไทยได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB