บาท “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” เพราะดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำย่อตัว
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.69 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำย่อตัว ตลาดยังจับตาทิศทางสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.58-32.69 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะทยอยแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จากอานิสงส์แนวโน้มความตึงเครียดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยลดลง
หลังทางการอิสราเอลกับทางการเลบานอน ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง จากการเจรจาที่กรุง Washington ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (เนื่องจากทางการอิหร่านยังคงจุดยืน ให้อิสราเอลยุติการโจมตีในเลบานอน ถึงจะกลับเข้าสู่การเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง) ทว่า ท่าทีของทางกลุ่ม Hezbollah (หนึ่งในพันธมิตร Axis of Resistance ที่สำคัญกับอิหร่าน) ในเลบานอน ยังคงไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน และยังคงมีการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่ม Hezbollah ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน
ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างมีความกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ และกดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ย่อตัวลงจากโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสร้างแรงกดดันให้เงินบาทพลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซน 32.70 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง
โดยค่าเงินดอลลาร์ พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้อิสราเอลกับเลบานอนจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ทว่ากลุ่ม Hezbollah ยังคงไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวและยังคงมีการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน
ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งหนุนการรีบาวด์ขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้สร้างแรงกดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) พลิกกลับมาปรับตัวลดลง สู่โซน 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings)
ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงาน อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 ของยูโรโซน พร้อมรอจับตา ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB และ BOE
ทางฝั่งไทย บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง สู่ระดับ 3.10% (+0.4%m/m) ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ที่ไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน อาจสูงขึ้นสู่ระดับ 0.90% ตามผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ทำให้บรรดาผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมุมมอง “Cautiously Optimistic” ต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ทั้งนี้ เราประเมินว่า ไม่ว่าเงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากปัจจัยสงคราม หรือข้อมูลตลาดแรงงาน แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์อาจเป็นไปอย่างจำกัด หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ได้อ่อนค่าลงทดสอบโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจยังคงกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจช่วยจำกัดหรือชะลอการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน อาจช่วยชะลอหรือจำกัดการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้บ้าง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.80 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.70 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.68 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หลังจากอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันปรับตัวลง และจะช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน รวมทั้งทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนพ.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,420 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,474 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.60 - 32.80 แนะนำ ซื้อ 32.60 / ขาย 32.80
- EUR/THB 37.75 - 38.25 แนะนำ ซื้อ 37.75 / ขาย 38.25
- JPY/THB 0.2020 - 0.2060 แนะนำ ซื้อ 0.2020 / ขาย 0.2060
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB