กนง.มติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.00% ต่อปี
ตามคาด! กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.00% ต่อปี พร้อมปรับประมาณ GDP ปี 69 โต 2.3% มั่นใจส่งออกการลงทุนเทคโนโลยี AI เป็นแรงส่ง
มติเป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปี
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.00% ต่อปี ที่น่าสนใจคือ ได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 ขยายตัวที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับด้านนายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่อัตราการเติบโตอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่คาดว่าจะลดลงหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย สำหรับสินเชื่อโดยรวมขยายตัวต่ำ โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
คณะกรรมการฯ เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง
ปี 69 แรงส่งส่งออก-เทคโนโลยี AI ดันเศรษฐกิจโต 2.3%
เศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 ขยายตัวที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับ โดยมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กนง. จะมองเศรษฐกิจไทยในปีนี้ค่อนข้างดีกว่าคาดการณ์ของหลายสำนักเศรษฐกิจต่างๆ โดยอยู่ที่ 2.3% แต่ก็ยังถือว่าเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าศักยภาพและน่าพอใจ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 69 ควรจะต้องเติบโตเกือบ 3% จึงจะทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมีการกระจายตัวอย่างทั่วถึง ดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณาในเรื่องการหามาตรการ เพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 70 ที่คาดว่าจะชะลอลง 1.8% หลังจากหมดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและผลของ การเติบโตที่สูงกว่าคาดการณ์ในปีนี้
สงครามกระทบภาคการผลิต-ท่องเที่ยวน้อยกว่าประเมิน
ทั้งนี้ ผลกระทบของสงครามต่อภาคการผลิตและภาคท่องเที่ยวมีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวได้ดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดย SMEs ปรับตัวได้จำกัดและยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง
"ราคาพลังงาน-ต้นทุน" ดันเงินเฟ้อจะสูงกว่ากรอบเป้าหมาย
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม เฉลี่ยที่ 2.8% และ 1.4% ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุน ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2569 และ 2570 ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% และ 1.4% ตามลำดับ ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย ทั้งนี้ แม้สถานการณ์สงครามมีแนวโน้มปรับดีขึ้น แต่ต้องติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการภายใต้บริบทที่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง
โดยนายดอน กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อของไทยโดยเฉลี่ยยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของหลายประเทศ แม้ว่าในต่างประเทศจะมีทิศทางดอกเบี้ยปรับขึ้น แต่หากทิศทางเงินเฟ้อมีทิศทางสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ ก็พร้อมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากเห็นว่ามีความจำเป็น
"บาทอ่อน" ตามทิศทางการเงินสหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สรอ. ปรับอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ด้านอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมทรงตัว สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำและมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า รวมทั้งสนับสนุนให้สถาบันการเงินดำเนินมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง
นายดอน กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ต่างประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ ไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ อาจส่งผลต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาทได้ โดยตามทฤษฎี ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลในอดีตพบว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญมากนัก ขณะที่ เงินบาทที่อ่อนค่าลงในภาพรวมอาจเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยพึ่งพาภาคการส่งออก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ภาคเกษตร และธุรกิจที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการค้าขาย
ยังไม่กังวลเงินบาทอ่อนในรอบกว่า 1 ปี
โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมองเงินบาทที่อ่อนค่าลงในรอบกว่า 1 ปี ขณะนี้ ยังไม่น่ากังวล เพราะเกิดจากดอลลาร์ที่แข็งค่าตามทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ไม่ได้เกิดจากการที่ไทยคงอัตราดอกเบี้ย และมองว่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยหนุนการส่งออกและช่วยฟื้นภาคเกษตรได้ ส่วนการเคลื่อนย้ายเงินทุนยังไม่มีความผิดปกติในขณะนี้ โดยอาจจะมีเงินไหลออกจากตลาดทุนบ้างในช่วงนี้
ธปท.ประเมินว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้ จะอยู่ในภาวะสมดุล ไม่ได้ติดลบตามที่เคยมีประเด็นกังวลในประเด็นขาดดุลแฝด (twin Deficit) ที่มีการขาดดุลบัญชีงบประมาณและบัญชีเดินสะพัดพร้อมกัน ยอมรับว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมก่อนที่จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าน้ำมันไทยถูกลง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB