บาทอ่อนอีก! เปิดเช้านี้ ที่ 33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตา FED-ทองคำ-สงคราม
บาทอ่อนอีก! เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.30 บาท/ดอลลาร์ นักวิเคราะห์เตือน ยังผันผวนหนัก จับตา FED-ทองคำ-สงคราม ชี้ ทิศทางค่าเงินรอบใหม่
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ทดสอบโซน 33.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.18-33.30 บาทต่อดอลลาร์) แม้ว่าโดยรวมเงินดอลลาร์ย่อตัวลงเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Down หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ออกมาผสมผสาน
โดย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Conference Board ในเดือนมิถุนายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 91.2 จุด แย่กว่าคาด ขณะที่ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) ย่อลงเล็กน้อยสู่ระดับราว 7.59 ล้านตำแหน่ง แต่ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ระดับ 7.30 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ อัตราการลาออกโดยสมัครใจ (Quit Rate) ทรงตัวที่ 1.9% ทว่า เงินบาทกลับเผชิญแรงกดดันตามจังหวะการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ทยอยปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม อีกทั้งผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ และบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าวที่อาจยังคงเติบโตได้แข็งแกร่งต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ถูกชะลอลงบ้าง จากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงมั่นใจเกิน 100% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มอื่นๆ ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.79% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq พุ่งขึ้น +1.52%
ในส่วนของราคาทองคำ แม้เงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ทว่า การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กอปรกับภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ทยอยย่อตัวลงเข้าใกล้โซน 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม คือ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้ง ประธาน FED และ ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เป็นต้น เพื่อประกอบการประเมิน ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงิน หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทยอยคลี่คลายลงได้ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลง เข้าใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามมากขึ้น ซึ่งอาจลดความกังวลของบรรดาธนาคารกลางต่อแนวโน้มเงินเฟ้อได้
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและสร้างความผันผวนได้พอควร
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ จนกว่าจะเห็นการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เราคงประเมินว่า เงินบาทจะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งอาจต้องอาศัยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งควรสะท้อนแนวโน้มการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อสหรัฐฯ หรือช่วยคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามที่เราประเมินไว้ แต่ปัจจัยดังกล่าวได้เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้แล้วไปพอควร (ซึ่งทำให้ต้องระวัง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางพลิกกลับมาร้อนแรงขึ้น พร้อมการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน ที่จะยิ่งหนุนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องได้)
เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.45 บาท/ดอลลาร์"
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.30 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.23 บาท/ดอลลาร์ โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้
สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 9,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.59 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.10 - 33.50 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.10 / ขาย 33.50
- EUR/THB 37.80 - 38.30 แนะนำ ซื้อที่ 37.80 /ขาย 38.30
- JPY/THB 0.2030 - 0.2080 แนะนำ ซื้อ 0.2030 / ขาย 0.2080
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB